การประเมินประเด็นสำคัญด้านความอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ ตระหนักถึงการระบุและจัดการประเด็นความยั่งยืนที่สำคัญเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ อย่างรับผิดชอบและสร้างคุณค่าระยะยาว เพื่อให้การดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย และสามารถวัดผลได้ บริษัทฯ ดำเนินการรวบรวม ประเมิน และจัดลำดับประเด็นสำคัญ (Materiality Assessment) อย่างสม่ำเสมอ โดยมีการทบทวนประเมินผลทุก 2 ปี ผ่านการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกองค์กรเพื่อให้สามารถบริหารจัดการประเด็นเหล่านี้ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ โดยการประเมินจะครอบคลุมทั้งมิติผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม (Impact Materiality) เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบเชิงบวก–ลบต่อผู้คน สิ่งแวดล้อม และสังคมจากการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า และมิติความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืน (Financial Materiality) เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพและสถานะทางการเงินของบริษัทฯ

กระบวนการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (GRI 3-1)

ในปี 2568 บริษัทฯ ดำเนินการคัดเลือกและประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนตามหลัก Double Materiality ภายใต้กรอบ CSRD (Corporate Sustainability Reporting Directive) หรือ กฎหมาย (Directive) ของสหภาพยุโรป ที่บังคับให้บริษัทที่เข้าเกณฑ์ ต้องรายงานความยั่งยืนตามมาตรฐานใหม่ที่เรียกว่า ESRS (European Sustainability Reporting Standards พร้อมอ้างอิง GRI Standards และเป้าหมาย UNSDGs ให้สอดคล้องกับแนวทางสากลด้านการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน โดยครอบคลุมทั้งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความสำคัญต่อธุรกิจอย่างรอบด้าน

กระบวนการประเมินประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้

ทำความเข้าใจบริบทขององค์กร ระบุผลกระทบที่เกิดขึ้น และที่อาจเกิดขึ้น (Impact Materiality) ประเมินผลกระทบที่มีนัยสำคัญ (Financial Materiality) จัดลำดับความสำคัญของผลกระทบที่มีนัยสำคัญสำหรับการรายงาน
กำหนดขอบเขตของกิจกรรมทางธุรกิจและห่วงโซ่คุณค่าที่เกี่ยวข้อง
  • กิจกรรม: ระบุการดำเนินงานหลักของธุรกิจ และความสัมพันธ์ในห่วงโซ่คุณค่า
  • บริบท: ทำความเข้าใจแนวโน้มอุตสาหกรรม กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง มาตรฐานด้าน ESG และสถาบันจัดอันดับด้านความยั่งยืนต่างๆ เช่น S&P Global, Ecovadis, MSCI และ FTSE Russell
  • การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders Engagement): ระบุผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับผลกระทบ วิเคราะห์ความสนใจของแต่ละกลุ่ม รับฟังและรวบรวมความคาดหวังและข้อคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียจากแบบสำรวจออนไลน์เป็นประจำทุกปี
ประเมินผลกระทบจากกิจกรรมขององค์กรต่อผู้คน สิ่งแวดล้อม รวมถึง สิทธิมนุษยชน (Inside-out)

ผลกระทบเชิงลบ ( - )

  • พิจารณาความรุนแรงของผลกระทบโดยใช้เกณฑ์ ขนาด (Scale), ขอบเขต (Scope) และความสามารถในการเยียวยา (Irremediable Character) และระดับของโอกาส (Likelihood)
  • ระบุผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง (Actual) และอาจเกิดขึ้นในอนาคต (Potential)

ผลกระทบเชิงบวก ( + )

  • พิจารณาผลกระทบเชิงบวกโดยใช้เกณฑ์ ขนาด (Scale) และ ขอบเขต (Scope) และระดับของโอกาส (Likelihood)
  • ระบุผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง (Actual) และอาจเกิดขึ้นในอนาคต (Potential)
ประเมินผลกระทบทางการเงินด้านความยั่งยืน ต่อประสิทธิภาพทางธุรกิจ การพัฒนา และสถานะทางการเงินขององค์กร (Outside-in)

ความเสี่ยง (Risk)

  • วิเคราะห์ความเสี่ยงที่มีผลต่อการเงินและความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสียต่อองค์กร ระบุผลกระทบในระยะสั้น กลาง และยาว
  • ใช้ข้อมูลทางการเงินและสถิติ เพื่อประเมินระดับความมีนัยสำคัญ

โอกาส (Opportunity)

  • วิเคราะห์โอกาสที่มีผลต่อด้านการเงิน การเติบโต ความได้เปรียบทางการแข่งขัน และภาพลักษณ์ ระบุผลกระทบในระยะสั้น กลาง และยาว
  • ใช้ข้อมูลทางการเงิน และ/หรือพิจารณาโอกาสทางธุรกิจ เพื่อประเมินความมีนัยสำคัญ
การจัดลำดับประเด็นสำคัญ Double Materiality เพื่อนำมาบริหารจัดการและเปิดเผยในรายงานความยั่งยืน
  • สรุปผลการจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่สำคัญทั้ง Impact Materiality และ Financial Materiality
  • ทบทวนผลการประเมินความสำคัญของประเด็นความยั่งยืนโดยคณะทำงานด้านการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร พิจารณาเห็นชอบโดยคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน และได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัท เพื่อเปิดเผยในรายงานฉบับนี้
  • ทวนสอบกระบวนการและผลการประเมินด้านความยั่งยืนโดยหน่วยงานอิสระ (บุคคลที่สาม)

การจัดลำดับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน Double Materiality ดังนี้

19 หัวข้อประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน และประเด็นที่มีนัยสำคัญในแต่ละมิติ (GRI 3-2)

No. ประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (Material Topics) Impact Materiality Financial Materiality Double Materiality
ด้านบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ
1 การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
2 การกำกับดูแลกิจการที่ดีและการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
3 การวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม
4 การบริหารความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ
5 เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
6 ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
ด้านสังคม
7 อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน
8 สิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติ
9 การดูแลและพัฒนาทักษะพนักงาน
10 ความสัมพันธ์กับลูกค้า
11 การสนับสนุนและมีส่วนร่วมกับชุมชน
12 คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์
ด้านสิ่งแวดล้อม
13 กลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
14 การบริหารจัดการพลังงาน
15 การบริหารจัดการน้ำและน้ำทิ้ง
16 การบริหารจัดการคุณภาพอากาศ
17 การคำนึงถึงระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ
18 การบริหารจัดการของเสีย
19 ระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม