
ปี 2568 ธุรกิจทั่วโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจและการเมือง ส่งผลต่อความเชื่อมั่นและการค้าโลกอย่างมีนัยสำคัญ มาตรการภาษี ตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของสหรัฐฯ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจที่ชะลอตัวในหลายประเทศ และความผันผวนของอัตรา แลกเปลี่ยน ล้วนเพิ่มแรงกดดันต่อภาคธุรกิจและครัวเรือน ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านสภาพอากาศทั่วโลกยิ่งเร่งให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวและ บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ท่ามกลางบริบทดังกล่าว โลกกำลังก้าวสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทเชิงต่อผลิต ภาพ ต้นทุน และความสามารถในการแข่งขันของทุกอุตสาหกรรม กลุ่มบริษัทศรีตรังจึงกำหนดทิศทางสู่การเป็น AI-Driven Manufacturing อย่างเป็นรูปธรรม โดยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านทั้งในระดับนโยบายและการปฏิบัติ เพื่อยกระดับความสามารถทั่วทั้งองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดย ตลอดปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ให้ความสำคัญและเร่งผลักดันการวางรากฐานผู้บริหาร บุคลากร การสร้างทักษะ และ การประยุกต์ใช้ AI ผ่านกรอบ““SRI TRANG AI DIRECTION 2025””ครอบคลุมห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การผลิต ไปจนถึงการเสริมประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงาน สนับสนุน
เช่นเดียวกับในด้านความยั่งยืน บริษัทฯ ได้ผสานนโยบายด้าน ESG เข้ากับกลยุทธ์และการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ ได้รับการยอมรับจากองค์กรประเมินระดับสากลหลายแห่ง อาทิ Ecovadis (Gold), S&P Global, FTSE Russell เป็นต้น และได้รับ SET ESG Ratings ระดับ AAA ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้ส่วนทุกกลุ่ม ขณะเดียวกันบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิ บาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาโดยตลอด โดยได้รับการประเมิน CGR ระดับ 5 ดาว ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ทั้งนี้ บริษัทฯ เล็งเห็นว่าการแข่งขัน ด้าน ESG ในอนาคตจะอยู่ในมิติโครงสร้างและเทคโนโลยี ไม่ใช่เพียงการรายงานผลลัพธ์ จึงได้เตรียมความพร้อมเชิงระบบเพื่อรักษาความได้ เปรียบทางการแข่งขัน
ปี 2568 เป็นปีที่ท้าทายของอุตสาหกรรมยางธรรมชาติและถุงมือยาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายนจากมาตรการภาษีตอบโต้ ของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีรายได้รวมจำนวน 113,478 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน โดยมีปริมาณการจำหน่ายยางธรรมชาติ 1,415,715 ตัน และปริมาณการจำหน่ายถุงมือยางอยู่ที่ 37,102 ล้านชิ้น พร้อมรักษาฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยสินทรัพย์รวมกว่า 113,765 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการปรับตัวและความแข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทฯ ท่ามกลางความผันผวนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับปี 2569 กลุ่มบริษัทศรีตรังจะต่อยอดจากรากฐานที่ได้สร้างไว้ เพื่อสร้างความได้เปรียบภายใต้โครงสร้างโลกที่เปลี่ยนไป ด้วยศักยภาพ ธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่ธุรกิจสวนยางพารา ธุรกิจยางพาราธรรมชาติ ไปจนถึงธุรกิจถุงมือยางที่พร้อมรองรับการขยายตัว ในอนาคต โดยบริษัทฯ จะเร่งขับเคลื่อนการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ในเชิงปฏิบัติ ผ่านแนวคิด Empowering AI และขยายผลการใช้งาน Manufacturing AI (Sri Trang AI Machine: SAM) ที่ได้พัฒนามาต่อเนื่อง ตั้งแต่การประยุกต์ใช้ในระดับปฏิบัติการ ไปจนถึง AI ระบบอัจฉริยะชั้นสูง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และนวัตกรรมในกระบวนการทำงาน ควบคู่กับการผสาน ESG เพื่อเสริมความสามารถในการ แข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ท้ายที่สุดนี้ ผมขอขอบคุณผู้ถือหุ้น นักลงทุน คู่ค้า ลูกค้า ผู้บริหาร ทีมงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกท่าน ที่ให้ความเชื่อมั่นและสนับสนุนกลุ่ม บริษัทศรีตรังด้วยดีเสมอมา บริษัทฯ จะยังคงยืนหยัดพัฒนาองค์กรอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคง สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และ สร้างคุณค่าในระยะยาวแก่ทุกภาคส่วน
ดร. ไวยวุฒิ สินเจริญกุล
ประธานกรรมการ
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)