ความสำคัญ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีความรับผิดชอบ เพราะเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการส่งมอบสินค้าจากกระบวนการผลิตไปสู่ผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถลดความเสี่ยง อาทิ ความเสี่ยงด้านต้นทุน ความเสี่ยงด้านการขาดแคลนวัตถุดิบและสินค้าคงคลัง ความเสี่ยงในการหยุดชะงักของธุรกิจ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจ และภาพลักษณ์ของบริษัท รวมถึงลดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน ดังนั้น บริษัทฯ จึงกำหนดให้มีการบริหารจัดการตั้งแต่การคัดเลือกคู่ค้าที่มีศักยภาพ มีการประเมินผล สามารถสอบกลับได้ ครอบคลุมความหลากหลายและความเสมอภาค เช่น การทำธุรกิจร่วมกับ Supplier ที่มีเจ้าของธุรกิจเป็นผู้หญิง ชุมชนกลุ่มคนเปราะบาง เช่น คนพิการ พร้อมทั้งบูรณาการแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินธุรกิจ โดยคำนึงถึงประเด็นด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และบรรษัทภิบาลตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเพิ่มโอกาส ลดความเสี่ยง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ เสริมสร้างความแข็งแกร่งของคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทศรีตรัง โดยเฉพาะในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งได้มีการปรับรูปแบบการทำงานและนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้อย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้มีความโปร่งใส คล่องตัว และสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนงานจัดซื้อได้นำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องมือดิจิทัล อาทิ Power BI มาใช้ในการคาดการณ์ความต้องการ การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง และการติดตามสถานะการจัดส่งสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงด้านสินค้าคงคลัง โดยเฉพาะสินค้าที่มีความเสี่ยงเป็นสินค้าคงคลังคงค้าง (Dead Stock) ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูลที่ถูกต้องและการวิเคราะห์ความเสี่ยงอย่างรอบด้าน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และส่งเสริมความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน และพิจารณาแนวทางบริหารจัดการสินค้าที่มีอัตราการหมุนเวียนต่ำ (Slow Movement) ผ่านการโอนหรือซื้อขายภายในกลุ่มบริษัท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดการสูญเสีย และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน
ในปี 2568 กลุ่มบริษัทศรีตรังได้กำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินงานด้านการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยเตรียมประกาศใช้งานแพลตฟอร์มการจัดซื้อจัดจ้างรูปแบบใหม่ที่มุ่งเน้นการบริหารจัดการแบบรวมศูนย์ภายในกลุ่มบริษัท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และตอกย้ำความสำคัญของการปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) และจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่คู่ค้าในด้าน Sustainability Partnership เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลัก ESG ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยเชื่อว่าการพัฒนาศักยภาพคู่ค้าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้อย่างมั่นคง
นอกจากนี้ บริษัทได้ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนให้คู่ค้าเตรียมความพร้อมในการรับมือกับกฎระเบียบและแนวโน้มใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และร่วมกันสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้ การบริหารความเสี่ยงบริษัทได้ปรับเปลี่ยนการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทานให้มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากขึ้น ยอมรับความเสี่ยงและมุ่งเน้นการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นและทนทานต่อการหยุดชะงักใช้การมองเห็นห่วงโซ่อุปทาน (visibility) เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นและพลาดโอกาส อาทิ การบริหารจัดการ Supply chain ในรูปแบบ Virtual online ร่วมกับคู่ค้าปรับแผนการบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างครอบคลุม ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ จนถึงการส่งมอบสินค้าถึงลูกค้าและผู้บริโภค
ห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานอย่างมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าของการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน ดังนี้

กระบวนการสนับสนุน
วิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งด้านการยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การบริหารจัดการและการเพิ่มมูลค่าของเสีย ตลอดจนการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มาประยุกต์ใช้ในทุกกระบวนการดำเนินงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุนการผลิต และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน
การจัดซื้อจัดจ้างทั่วไป
บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายการจัดซื้อของกลุ่มบริษัทศรีตรัง ให้สอดคล้องกับนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม และถือปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจว่าด้วยคู่ค้าและคู่แข่งทางการค้า อย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการผูกขาดทางการค้า การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น และการพัฒนาให้เกิดผู้ขายรายใหม่ โดยกำหนดแนวปฏิบัติในการงานขององค์กร และการคัดเลือกดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม เช่น การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว เลือกซื้ออุปกรณ์ประหยัดพลังงาน การไม่ใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับหรือแรงงานทาส การไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน การจ้างงานอย่างเป็นธรรม และการร่วมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้คู่ค้ามีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยได้มีการตรวจประเมิน Supplier ในระบบ ISO9001, ISO14001, ISO45001 และ BSCI code of conduct ที่ครอบคลุมทั้งด้านสังคม และ สิ่งแวดล้อม ทั้งขณะที่การเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่บริษัทฯ การประเมินตนเองและการตรวจประเมินประจำปี
บริษัทฯ ได้จัดทำจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจและแนวปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมคู่ค้าธุรกิจในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับวิถีการดำเนินงานทางธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งนี้ หลักการที่นำมาจัดทำจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจและแนวปฏิบัติ นอกจากข้อกำหนด ข้อบังคับ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ยังได้อ้างอิงถึงกฎบัตรและมาตรฐานต่างๆ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล คือ องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (International Labor Organization: ILO) และ ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact) เป็นต้น
จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)
ดาวน์โหลด กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน

แนวทางการปฏิบัติสำหรับคู่ค้าทางธุรกิจ แบ่งเป็น 4 ด้าน โดยสรุปดังนี้

การประเมินความเสี่ยงของคู่ค้า
บริษัทฯ ประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดจากคู่ค้า โดยการจัดกลุ่มคู่ค้ารายสำคัญที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งจะทำให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ บริษัทฯ มีการจัดกลุ่มลูกค้า โดยแบ่งกลุ่มคู่ค้ารายสำคัญ จากเกณฑ์ดังนี้
- เป็นคู่ค้าที่มียอดการซื้อขายสูง (แบ่งตามกลุ่มคู่ค้า)
- เป็นคู่ค้าที่จำหน่ายวัตถุดิบ สินค้า และให้บริการที่สำคัญกับกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
- เป็นคู่ค้าที่มีน้อยรายในอนาคต
จากเกณฑ์ดังกล่าวฝ่ายจัดซื้อได้แบ่งคู่ค้ารายสำคัญออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มสินค้าต่างๆ (Goods) และกลุ่มงานบริการ (Services) โดยในการคัดเลือกคู่ค้าได้กำหนดประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในมิติของเศรษฐกิจและการกำกับดูแล สังคม และสิ่งแวดล้อม (ESG) มาผสมผสานไว้ในแนวทางการบริหารจัดการคู่ค้า โดยมุ่งเน้นความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ผ่านกระบวนการ ดังนี้
กระบวนการสรรหาและ
คัดเลือกคู่ค้า
การประเมินความเสี่ยงและ
จำแนกประเภทคู่ค้า
- คู่ค้าทางตรง หรือ คู่ค้าทั่วไปลำดับที่ 1 (Tier 1 Suppliers) หมายถึง คู่ค้าที่เป็นผู้ผลิตหรือให้บริการโดยตรงแก่องค์กร
- คู่ค้าทางอ้อม (Non-Tier 1 Suppliers)หมายถึง คู่ค้าที่เป็นผู้ผลิตหรือให้บริการแก่คู่ค้าลำดับที่ 1
- คู่ค้ารายสำคัญ (Significant Tier 1 Suppliers) หมายถึง คู่ค้ารายสำคัญที่เป็นผู้ผลิตหรือให้บริการโดยตรงแก่องค์กร
- คู่ค้าทางอ้อมรายสำคัญ (Significant Non-Tier 1 Suppliers) หมายถึง คู่ค้ารายสำคัญที่เป็นผู้ผลิตหรือให้บริการแก่คู่ค้าลำดับที่ 1
ตรวจประเมินผล
การดำเนินงานของคู่ค้า
การสร้างความสัมพันธ์
และการพัฒนาคู่ค้า
ทั้งนี้ ในด้านของความโปร่งใสในระบบการจัดซื้อจัดจ้าง บริษัทฯ มีระบบการตรวจสอบภายในและการประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดการทุจริตคอร์รัปชัน กรณีที่พบว่ามีความไม่โปร่งใส หรือพบการทุจริต จะดำเนินการทางวินัยกับพนักงานตามระเบียบของบริษัท และ มีระบบ Blacklist กับคู่ค้า หรือ Supplier ดังกล่าว
เป้าหมาย และ ผลการดำเนินงาน

ผลการบริหารจัดการคู่ค้าในปี 2568

การร่วมพัฒนาคู่ค้า
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการให้ความรู้ พัฒนาศักยภาพและยกระดับความสามารถในการผลิตและให้บริการของคู่ค้าให้ได้มาตรฐาน ควบคู่ไปกับการส่งเสริมให้คู่ค้ามีความรับผิดชอบต่อสังคม ชี้แจงและดูแลให้คู่ค้าเคารพสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติต่อแรงงานตนเองอย่างเป็นธรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยจัดให้มีการสื่อสาร อบรมผู้รับเหมาประจำปี ศึกษาดูงาน การประชุมร่วมกับคู่ค้า และการตรวจประเมินคู่ค้าประจำปี เพื่อให้คำแนะนำ ร่วมแก้ไขปัญหา พัฒนาคุณภาพวัตถุดิบและการส่งมอบให้สอดคล้องกับความต้องการของบริษัทฯ รวมถึงติดตามตรวจสอบและประเมินผลคู่ค้า เพื่อพัฒนาการประกอบธุรกิจร่วมกันอย่างยั่งยืน
การนำระบบ B2P มาใช้ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
ฝ่ายจัดซื้อและฝ่ายบัญชี ได้ร่วมกันพัฒนาโครงการ โดยนำระบบ B2P มาใช้ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การใช้ประโยชน์จาก Blockchain มาเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานโดยนำเอกสารในการจัดซื้อเข้าระบบ เช่น PO, GR, Invoice, Payment เพื่อลดเวลาในการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและลด Manual Process รวมถึงเป็นการพัฒนาองค์ความรู้คู่ค้า เสริมประสิทธิภาพ สร้างการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน โดยมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญการใช้งานระบบ B2P ได้แก่
- การรับใบสั่งซื้อ: ผ่านระบบ B2P
- ใบแจ้งหนี้/ ใบเพิ่มหนี้/ ใบลดหนี้: ผู้ขายสร้างเอกสารบนระบบ B2P
- การรับชำระเงิน: รับเงินผ่านการโอนจากธนาคาร SCB ทุกสัปดาห์
- ตรวจสอบสถานการณ์วางบิล: ผู้ขายตรวจสอบสถานะผ่านทาง Website B2P
- Dashboard: ผู้ขายตรวจสอบข้อมูล สถานะใบแจ้งหนี้และการจ่ายเงินจากระบบและการใช้งาน Dashboard เพื่อดูภาพรวม
โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2565 และดำเนินการต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน โดยในปี 2568 มีคู่ค้าเข้าร่วมโครงการ 112 ราย เป็นการมุ่งสู่การทำธุรกรรมแบบดิจิทัล และพัฒนาการกระบวนการแบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความสามารถและลดต้นทุนในการดำเนินงานระหว่างบริษัทฯ กับคู่ค้า
โดยสามารถลดเวลาการทำงานของพนักงานในการสื่อสาร PO ให้กับคู่ค้า (PO Communication) การบันทึกข้อมูล (Data Entry) และการสแกนเอกสารต่างๆ (Invoice Scanning) ประมาณ 20% ของกระบวนการทำงาน ส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น (Productivity) สำหรับคู่ค้าของกลุ่มบริษัทได้รับประโยชน์โดยตรงจากกระบวนการวางบิลรูปแบบใหม่ผ่านระบบ B2P ซึ่งสามารถสร้างใบแจ้งหนี้ในระบบแบบ Real time และสามารถตรวจสอบสถานการณ์รับเงินตามกำหนดการชำระเงินรวมถึงการใช้งาน Dashboard เพื่อดูภาพรวม
การพัฒนาและยกระดับศักยภาพคู่ค้าธุรกิจสู่ความยั่งยืน
ปี 2568 ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายคุณภาพ และฝ่ายพัฒนาความยั่งยืนองค์กร ได้มีการลงพื้นที่ ตรวจประเมินคู่ค้า รายสำคัญ ปีละ 2 ครั้ง ในเดือนพฤษภาคม และเดือนธันวาคม
จากแผนการตรวจประเมิน ทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการตรวจประเมิน ได้ตามแผนงาน ทั้ง 3 บริษัท คิดเป็น 42.86% โดยมีฝ่ายที่เข้าร่วมการตรวจประเมิน คือฝ่ายจัดซื้อและฝ่ายคุณภาพ โดยการตรวจประเมินจะมีการส่งแบบประเมิน STA.PU.FO.08.011-a011222: External Provider Audit Checklist / Questionnaires ให้กับทางบริษัทเพื่อทำการตรวจประเมินตนเองก่อนล่วงหน้า สรุปผลการประเมิน พบว่า ทั้ง 3 บริษัท ผ่านตามเกณฑ์การประเมิน
นอกจากนี้ ปี 2568 โรงงานยังคงทำการทดลองและพัฒนาปรับปรุงการใช้พลาสติกเกรดบีโดยยังคงสินค้าที่มีคุณภาพและตอบโจทย์การใช้งานขององค์กรควบคู่ไปกับการคำนึงถึงการผลิตในกระบวนการที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเมื่อดำเนินการปรับใช้ในอนาคตจะเป็นการยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้สอดคล้องและต่อยอดพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของคู่ค้าธรุกิจให้เติบโตไปพร้อมกับกลุ่มบริษัทฯ
ตัวอย่างการพัฒนาคู่ค้าจากการตรวจประเมิน
ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น วิกฤตการณ์ทางธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นภาวะโลกร้อน มลพิษทางอากาศ ขยะมูลฝอย การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ป่าไม้ถูกทำลาย ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เพื่อให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนความยั่งยืนและเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างแท้จริง กลุ่มบริษัทศรีตรังช่วยลดปริมาณขยะและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพลาสติกเหลือใช้ โดยได้ร่วมกันหาแนวทางและใช้พลาสติกเกรดบีจากคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 มีปริมาณประมาณ 1,508 ตัน
นอกจากนี้ ปี 2568 โรงงานได้รับข้อเสนอแนะ จากลูกค้า เรื่องคุณภาพด้านความคงทนของบรรจุภัณฑ์ เมื่อนำมาใช้งาน คู่ค้าธุรกิจรายสำคัญ (Critical Supplier) กลุ่มบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ของบริษัทฯ ได้เริ่มดำเนินการพัฒนาเลือกใช้วัตถุดิบสำหรับการผลิตสินค้าให้กับกลุ่มบริษัทฯ โดยได้ประสานงานและการพัฒนาของคู่ค้าธุรกิจทางอ้อมรายสำคัญ (Critical Non-tier 1 Supplier) ทำการทดลองและพัฒนาปรับปรุงเพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและตอบโจทย์การใช้งานขององค์กร ควบคู่ไปกับการคำนึงถึงการผลิตในกระบวนการที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเมื่อดำเนินการปรับใช้ในอนาคตจะเป็นการยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงานให้สอดคล้อง และต่อยอดพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของคู่ค้าธรุกิจให้เติบโตไปพร้อมกับกลุ่มบริษัทฯ
การสรรหาวัตถุดิบยางพารา
บริษัทฯ ยังคงมุ่งดำเนินงานสรรหาวัตถุดิบยางธรรมชาติภายใต้หลักการการค้าขายอย่างยุติธรรม โปร่งใส มีข้อกำหนดชัดเจนและเป็นมาตรฐานสามารถตรวจสอบได้ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้เกษตรกรทำการผลิตยางพาราที่มีคุณภาพ ปราศจากสิ่งเจือปน และเก็บรักษายางพาราอย่างถูกวิธี เพื่อให้ได้ยางพาราที่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของโรงงาน รวมถึงส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนยางมีความรู้ความเข้าใจในการทำธุรกิจยางพาราอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง อันจะนำไปสู่การมีรายได้เพิ่ม ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเกษตรกรชาวสวนยางในระยะยาว
การจัดซื้อยางธรรมชาติซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในกระบวนการผลิต บริษัทฯ จัดทำนโยบายการจัดซื้อยางธรรมชาติอย่างยั่งยืน (Sustainable Natural Rubber Procurement Policy) เพื่อเป็นแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับคู่ค้ายางธรรมชาติในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน สอดรับกับทิศทางการดำเนินงานของบริษัทฯ และสถานการณ์การค้าในปัจจุบัน ขณะเดียวกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงและผลกระทบทางธุรกิจ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ายางล้อ โดยบริษัทฯ ได้ทบทวน นโยบายการจัดซื้อยางธรรมชาติอย่างยั่งยืน ให้สอดคล้องกับ Global Platform for Sustainable Natural Rubber (GPSNR) Policy Framework ซึ่งครอบคลุมแนวปฏิบัติสำหรับคู่ค้ายางธรรมชาติในประเด็นต่อไปนี้
| นโยบายการจัดซื้อยางธรรมชาติอย่างยั่งยืน | ||
|---|---|---|
| ด้านการกำกับดูแลและเศรษฐกิจ | ด้านสิ่งแวดล้อม | ด้านสังคม |
|
|
|
นโยบายการจัดซื้อยางธรรมชาติอย่างยั่งยืน (Sustainable Natural Rubber Procurement Policy)
ทั้งนี้ บริษัทฯ จะดำเนินการสื่อสารและตรวจติดตามการปฏิบัติตาม นโยบายการจัดซื้อยางธรรมชาติอย่างยั่งยืน สำหรับคู่ค้ายางธรรมชาติ เพื่อประเมินความเสี่ยงในการดำเนินงานของคู่ค้ายางธรรมชาติในห่วงโซ่อุปทาน และดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานร่วมกับคู่ค้ายางธรรมชาติให้สอดคล้องกับนโยบายฯ

การพัฒนาธุรกิจด้วยนวัตกรรมดิจิทัล
แอปพลิเคชัน “ศรีตรังเพื่อนชาวสวน” (Sri Trang Friends) , โปรแกรมรับซื้อยาง ศรีตรังเฟรนด์ส สเตชัน (Sri Trang Friends Station) และ บริการขนส่งยาง ซุปเปอร์ ไดรเวอร์ (Super Driver)
บริษัทฯ มีการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ Sri Trang Ecosystem ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) ตั้งแต่ปลายทางไปจนถึงแหล่งต้นทางวัตถุดิบ ขณะเดียวกันสามารถใช้ประเมินความเสี่ยงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ในการบริหารจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับ การตรวจรับรอง ตามนโยบายการเป็นสมาชิก Global Platform for Sustainable Natural Rubber (GPSNR) โดยผ่านการใช้ แอปพลิเคชัน “ศรีตรังเพื่อนชาวสวน” (Sri Trang Friends) และ แอปพลิเคชัน “ศรีตรังเฟรนด์ส สเตชัน” (Sri Trang Friends Station)
แอปพลิเคชัน “ศรีตรังเพื่อนชาวสวน” (Sri Trang Friends) ถือเป็นแอปพลิเคชันที่ปฏิวัติวงการยางพาราไทยในการสร้างมาตรฐานการรับซื้อยางที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีความเท่าเทียมและยุติธรรมกับผู้ขายวัตถุดิบยางพาราทุกราย ทั้งยังมีการพัฒนาฟังก์ชันการใช้งานใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์เกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ขายยางทุกคนอยู่เสมอ กล่าวได้ว่าเป็นการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เป็นมิตรให้เกิดขึ้นอย่างมั่นคง ตามวิสัยทัศน์ของแอปพลิเคชัน ที่มุ่งเป็นสุดยอดเครื่องมือเพื่อยกระดับคุณภาพในทุกมิติของชีวิตเกษตรกรและผู้คน ให้เชื่อมโยงถึงกันอย่างเป็นมิตร ตอบโจทย์ทุกความต้องการและสร้างการเติบโตด้านรายได้และสร้างสังคมที่ดีอย่างยั่งยืน




จากที่ บริษัทฯ ได้มีการพัฒนา แอปพลิเคชันศรีตรังเพื่อนชาวสวน โดยมีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายและเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน อาทิเช่น การแสดงกราฟราคาย้อนหลัง การสมัครสมาชิกขายยาง การเสนอขายยาง การทำรายการนัดส่งยาง การตรวจสอบประวัติรายการย้อนหลัง บทความและความรู้เกี่ยวกับยางพารา การตรวจเช็กสภาพอากาศ แคมเปญ กิจกรรมและเกมต่างๆ ให้ร่วมสนุก ตลอดจนการสะสมเฟรนด์ส พอยท์ เพื่อแลกของรางวัลหรือใช้เป็นส่วนลดร้านค้าพันธมิตรที่ตอบโจทย์เกษตรกรชาวสวนและผู้ค้ายางทำให้มีผู้ใช้งาน ในปี 2568 มากกว่า 152,696 บัญชีรายชื่อโดยมีทั้งเกษตรกรชาวสวนยาง พ่อค้ายาง และ ผู้มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมยางพาราไทย




ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงมีแผนความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในสายงานต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาฟังก์ชันและขยายการบริการให้รอบด้านมากยิ่งขึ้น ดังสโลแกนของแอปพลิเคชันศรีตรังเพื่อนชาวสวนที่ว่า “แอปเดียวจบครบทุกบริการ เพื่อเพื่อนชาวสวน”
นอกจากแอปพลิเคชันศรีตรังเพื่อนชาวสวนแล้ว กลุ่มบริษัทศรีตรังได้ผลิตและพัฒนาแอปพลิเคชัน “ศรีตรังเฟรนด์ส สเตชัน” (Sri Trang Friends Station) ขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้งานใน 2 บริการหลัก ได้แก่
- โปรแกรมรับซื้อยางศรีตรังเฟรนด์ส สเตชัน เป็นตัวช่วยในการออกบิลใบเสร็จที่มีมาตรฐาน สำหรับให้ผู้รับซื้อยางทุกคนนำไปใช้ในการรับซื้อยางภายในร้านหรือธุรกิจของตนเอง ตลอดจนสามารถใช้ในการบันทึกรายรับ-รายจ่ายภายในร้านได้ ซึ่งจะช่วย ส่งเสริมการสร้างแนวปฏิบัติในการรับซื้อยางพาราอย่างมีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ และโปร่งใสให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยางพาราไทย
- บริการ ซุปเปอร์ ไดรเวอร์ (Super Driver) เป็นบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรที่สนใจส่งยางพาราขายให้กับโรงงานและศูนย์ซื้อของกลุ่มบริษัทศรีตรังโดยตรง แต่ติดปัญหาเรื่องการขนส่งหรือระยะทางที่ค่อนข้างไกลทำให้ไม่สะดวกนำยางพารามาส่งด้วยตนเอง โดยผู้ที่สนใจสามารถทำรายการขายยางผ่านแอปพลิเคชันศรีตรังเพื่อนชาวสวน และสามารถเรียกใช้บริการ ซุปเปอร์ ไดรเวอร์เพื่อให้ไปรับยางจากสวนมาส่งที่โรงงานหรือศูนย์ซื้อของบริษัทได้ บริการนี้จึงไม่เพียงช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรกร แต่ยังสร้างอาชีพใหม่และรายได้เสริมให้เกษตรกรชาวสวนยางและผู้ที่มีรถกระบะจากการรับยางพาราจากสวนยางมาส่งให้กับโรงงาน
ในปี 2568 บริษัทฯ มีเครือข่ายซุปเปอร์ไดรเวอร์จำนวน 588 ราย ครอบคลุม 34 จังหวัด ซึ่งมีบทบาทในการรับ–ส่งยางพาราจากเกษตรกรผู้ขายจำนวน 2,157 รายทั่วประเทศ และสามารถสร้างรายได้เสริมให้แก่ซุปเปอร์ไดรเวอร์รวมกว่า 10,988,700 บาท ทั้งนี้ มูลค่าการซื้อขายยางพาราทั้งหมดระหว่างบริษัทฯ กับเกษตรกรรายย่อย ซึ่งรวมทั้งรายการที่มีและไม่มีการใช้บริการซุปเปอร์ไดรเวอร์ มีมูลค่ารวม 1,683 ล้านบาท






สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “ศรีตรังเพื่อนชาวสวน” (Sri Trang Friends) และ “ศรีตรังเฟรนด์ส สเตชัน” (Sri Trang Friends Station) ได้แล้วที่ App Store และ Play Store สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sritrangfriends.com หรือสอบถามข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ได้ทางไลน์ @SRITRANGFRIENDS หรือเฟซบุ๊กศรีตรังเพื่อนชาวสวน หรือโทร 02-217-4522

โครงการส่งเสริมการซื้อยางจากเกษตรกรรายย่อย
นอกจากการพัฒนาแอปพลิเคชัน “ศรีตรังเพื่อนชาวสวน” และ “ศรีตรังเฟรนด์ส สเตชัน” แล้ว บริษัทฯ มีนโยบายรับซื้อยางจากเกษตรกรรายย่อยเพื่อเพิ่มทางเลือกในการขายยางให้แก่เกษตรกร โดยเกษตรกรสามารถนำยางมาส่งด้วยตนเองหรือเรียกใช้บริการ ซุปเปอร์ ไดรเวอร์เพื่อให้ไปรับยางจากสวนมาส่งที่โรงงานได้ ทั้งนี้ ทางโรงงานได้มีการเพิ่มจุดเทิร์นน้ำและตาชั่งเล็กเพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับยางที่เกษตรรายย่อยที่นำยางมาขายให้กับโรงงาน
ผลการดำเนินงาน ตั้งแต่ปี 2566 - 2568
- จำนวนเกษตรกรรายย่อย 16,180 คน ใช้งานซุปเปอร์ ไดรเวอร์ 3,629 คน
- รายได้ซุปเปอร์ ไดรเวอร์ ทั้งหมดกว่า 23.37 ล้านบาท
- รายได้เกษตรกรรายย่อย 372.55 ล้านบาท


การพัฒนาผู้ส่งมอบวัตถุดิบและเกษตรกรสวนยาง
จากแนวทางการสรรหาวัตถุดิบสีเขียว (Green Procurement) ที่มุ่งเน้นการสรรหาวัตถุดิบยางพาราที่สะอาด ปราศจากสิ่งปนเปื้อน และให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนให้กับคู่ค้ายางธรรมชาติที่ร่วมดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ จึงได้ส่งเสริมให้ผู้ส่งมอบวัตถุดิบยางพารา สหกรณ์ และเกษตรกรชาวสวนยางดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตยางพาราที่มีคุณภาพดี ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจยางพาราที่ยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ “ร่วมใจทำยางไทยยั่งยืน” โดยมุ่งเน้นการผลิตยางพาราที่สะอาด ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือกับเกษตรกรและคู่ค้าในการยกระดับมาตรฐานการผลิตและการขนส่ง ลดผลกระทบต่อชุมชนและธรรมชาติ และสนับสนุนการพัฒนาอาชีพเกษตรกรสวนยางอย่างยั่งยืนให้ครอบคลุมทุกมิติ โดยโครงการที่จัดขึ้นดำเนินงานครอบคลุมทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้
นอกจากโคงการดังกล่าว ฝ่ายสรรหาวัตถุดิบและฝ่ายตรวจสอบคุณภาพได้เข้าเยี่ยมผู้ส่งมอบวัตถุดิบ เกษตรกรสวนยาง เพื่อให้ความรู้พร้อมทั้งสื่อสารลักษณะของยางที่โรงงานต้องการและไม่ต้องการ รวมทั้งผลกระทบจากยางที่ไม่ได้คุณภาพอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี การดำเนินงานภายใต้โครงการศรีตรังเพื่อนชาวสวน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ในเรื่อง “การร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม”
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านโครงการ “ศรีตรังพบปะเพื่อนชาวสวนทั่วประเทศ” ที่ดำเนินงานโดยฝ่าย Digital Product Development ซึ่งเนื้อหาการประชาสัมพันธ์ประกอบด้วย การให้ความรู้การทำยางก้อนถ้วยคุณภาพดี แนะนำการทำยางมีพิกัด (GPS) แนะนำบริการขนส่งยางก้อนถ้วยผ่านบริการ Super Driver แนะนำทางเลือกในการขายยางพารา และแนะนำช่องทางในการขายยางพาราด้วยแอปพลิเคชันศรีตรังเพื่อนชาวสวน

นโยบายการบริการสินเชื่อทางการค้ากับคู่ค้า
การกำหนดสินเชื่อทางการค้ากับคู่ค้าแต่ละราย บริษัทให้ความสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน การส่งมอบสินค้าที่ได้มาตรฐานตามเวลาที่กำหนด และจรรยาบรรณในการประกอบธุรกิจ โดยสินเชื่อดังกล่าวต้องสะท้อนถึงเครดิต และความสามารถในการบริหารสภาพคล่องของบริษัทและคู่ค้า ทั้งนี้ระยะเวลาสินเชื่อทางการค้าที่บริษัทมีกับคู่ค้าส่วนใหญ่อยู่ในระยะเวลา 30 วัน
| ระยะเวลาการชำระเงิน | ค่าเฉลี่ยที่เกิดขึ้นจริงในปี 2568 |
|---|---|
| 30 วัน | 26 วัน |