ผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานโลก การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีด้านพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่อาจจะกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญต่อการจัดการด้านพลังงาน โดยมุ่งเน้นการอนุรักษ์พลังงานและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนจัดให้มีคณะกรรมการอนุรักษ์พลังงานและผู้รับผิดชอบด้านพลังงานประจำโรงงาน เพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพและอนุรักษ์พลังงานในกระบวนการผลิต รวมถึงจัดทำมาตรการประหยัดพลังงานต่างๆ

แนวทางการบริหารจัดการ
การวัดวิเคราะห์
การใช้พลังงานขององค์กรเพื่อค้นหา
จุดที่มีการสูญเสียพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ
ปรับปรุงประสิทธิภาพ
การใช้พลังงานของเครื่องจักร
ในกระบวนการผลิต
ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
บำรุงรักษา
เครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่เสมอ
ติดตั้งหลังคาโซลาร์เซลล์
หรือใช้พลังงานทางเลือกอื่น ๆ
ลดการสิ้นเปลืองพลังงาน
ด้วยระบบอินเวอร์เตอร์
เป้าหมาย
ลดการใช้พลังงานไม่หมุนเวียน
(รวมพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและไฟฟ้า)
ต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ลง
ร้อยละ 20
จากปีฐาน 2564 ภายในปี 2569
ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า
ต่อหน่วยผลิตภัณฑ์
ร้อยละ 7
เทียบกับปีฐาน 2564 ภายในปี 2569
ผลการดำเนินงาน
ข้อมูลการใช้พลังงาน หน่วย ปี 2564
(ปีฐาน)
ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
การใช้พลังงานไม่หมุนเวียนต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ กิกะจูลต่อตันผลิตภัณฑ์ 0.95 0.93 1.01 0.88 0.71
การใช้พลังงานไม่หมุนเวียนต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ที่ลดลง ร้อยละ - 2.11 -6.32 7.37 15.79
การใช้พลังงานไฟฟ้า กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อตันผลิตภัณฑ์ 187 184 209 185 170
การใช้พลังงานไฟฟ้าต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ที่ลดลง ร้อยละ - 1.60 -11.76 1.07 9.09
หมายเหตุ: การใช้พลังงานไม่หมุนเวียนรวมการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลและไฟฟ้า
โครงการบริหารจัดการพลังงานที่สำคัญ

โครงการ Turbo Air Blower

บริษัทฯ ได้ดำเนินการเปลี่ยนเครื่องการเติมอากาศของบ่อเติมอากาศจาก Root Air Blower เป็น Turbo Air Blower เพิ่มใน 12 สาขา ได้แก่ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) สาขาอุดรธานี, สาขาอุบลราชธานี, สาขาพิษณุโลก, สาขาสระแก้ว, สาขากาฬสินธุ์, สาขาเลย, สาขาสกลนคร บริษัท หน่ำฮั่วรับเบอร์ จำกัด (โรงงานยางแท่ง และโรงงานน้ำยางข้น) และบริษัท รับเบอร์แลนด์โปรดักส์ จำกัด สาขาบึงกาฬ, มุกดาหาร และบุรีรัมย์

ผลประโยชน์ต่อบริษัทฯ
ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าจากการใช้ Turbo Air Blower ได้ 12% หรือคิดเป็นปริมาณ 1,726.19 เมกะวัตต์ต่อปี
ผลประโยชน์ต่อชุมชน
ลดผลกระทบด้านสภาพแวดล้อมเรื่องเสียงรบกวน
ผลประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม
ระบบบำบัดน้ำมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 2 คิดเป็น 819 tCO2 ต่อปี

โครงการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดด้วยการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์

ปี 2568 บริษัทฯ ได้ทำการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งแผงบนทุ่นลอยน้ำบนผิวน้ำ (Floating Solar) ของโรงงาน ทั้งหมด 10 สาขา ได้แก่ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) สาขาตรัง, สาขาห้วยนาง, สาขาอุดรธานี, สาขาสระแก้ว, สาขากาฬสินธุ์, สาขาอุบลราชธานี, สาขาสกลนคร บริษัท รับเบอร์แลนด์โปนดักส์ จำกัด สาขามุกดาหาร, สาขาบุรีรัมย์ และสาขาบึงกาฬ ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 26.4581 เมกะวัตต์

แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar Farm) ทั้งหมด 7 สาขา ได้แก่ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) สาขาเลย, สาขาสกลนคร, สาขาพิษณุโลก และสาขาสระแก้ว บริษัท รับเบอร์แลนด์โปนดักส์ จำกัด สาขาบึงกาฬ, สาขามุกดาหาร และบริษัท หน่ำฮั่วรับเบอร์ จำกัด ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 15.4581 เมกะวัตต์ และแบบสามารถขยับตามดวงอาทิตย์ (Solar Tracker) ทั้งหมด 1 สาขา คือ บริษัท รับเบอร์แลนด์โปนดักส์ จำกัด สาขามุกดาหาร ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 0.173 เมกะวัตต์

จากการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดของโรงงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกนำไปใช้ในกระบวนการผลิตและสำนักงาน ตั้งแต่ปี 2565-2568 สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 2 ไฟฟ้าที่ซื้อจากภายนอกของแต่ละโรงงาน ได้ประมาณ 31,009.37 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และสามารถประหยัดการใช้ไฟฟ้าได้ 248,124,664 บาท

ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบแผงบนทุ่นลอยน้ำบนผิวน้ำ สาขาสกลนคร และสาขาสระแก้ว

เปลี่ยนรถโฟล์คลิฟท์ที่ใช้น้ำมันและแก๊ส LPG เป็นการใช้รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า

บริษัทได้ดำเนินการเปลี่ยนจากรถโฟล์คลิฟท์ที่ใช้น้ำมันและแก๊ส LPG มาใช้งานรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 สัดส่วนโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้าอยู่ที่ 48% และเพิ่มขึ้นเป็น 84% ในปี 2568 ซึ่งสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า กว่า 36% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างมีนัยสำคัญ โดยสัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 28% ในปี 2567 เป็น 70% ในปี 2568 ขณะที่การใช้ LPG และดีเซลลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การปล่อยคาร์บอนลดลงจาก 1,776 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂e) ในปี 2567 เหลือเพียง 593 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂e)ในปี 2568 คิดเป็นการลดลงกว่า 37% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนไปใช้โฟล์คลิฟท์ไฟฟ้ายังสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยช่วยประหยัดต้นทุนได้เพิ่มขึ้นจาก 7 ล้านบาทต่อปีในปี 2567 เป็น 12 ล้านบาทในปี 2568 ซึ่งมากกว่าปีก่อนถึง 5 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า จำนวน 168 คัน จากทั้งหมด 201 คัน และตั้งเป้าหมายสำคัญคือการใช้โฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า 100% ภายในปี 2569 เพื่อมุ่งสู่การดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป