พนักงานเป็นทรัพยากรสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จของเรา บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการบริหารบุคคลที่ดี ด้วยการสรรหาพนักงานที่ดี การบริหารค่าตอบแทนมาตรฐาน และสนับสนุนการพัฒนาพนักงาน รวมถึงความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงาน และเคารพสิทธิของพนักงานในการ เป็นตัวแทนการรวมกลุ่มเจรจาต่อรอง นอกจากนี้เราได้ปฏิบัติตามหลักของ amfori BSCI Code of Conduct เพื่อรักษามาตรฐานด้านแรงงาน และการดูแลพนักงาน
การสรรหาพนักงาน
บริษัทฯ มีการสรรหาพนักงานโดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบอันเนื่องจาก เพศ อายุ ศาสนา สัญชาติ เชื้อชาติ ชนชั้น ความพิการ บริษัทฯ มีการดำเนินการสรรหาพนักงานจากบุคลากรภายในบริษัทฯ (Internal hire) ผ่านกระบวนการปรับตำแหน่งงาน หรือโยกย้ายสายงานเพื่อความก้าวหน้าและเติบโตของพนักงาน สำหรับการสรรหาบุคลากรภายนอก บริษัทฯ สรรหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติตรงตามแบบกำหนดหน้าที่งานแต่ละตำแหน่ง ประกอบกับการพิจารณา ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) เพื่อให้ได้พนักงานที่มีความสามารถและเหมาะสมกับตำแหน่งงาน โดยระบุรายละเอียดข้อมูลการรับสมัครที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ผ่านช่องทางการรับสมัครงานที่หลากหลาย เช่น เว็บไซต์บริษัทฯ เว็บไซด์จัดหางานต่างๆ การเปิดรับสมัครในมหาวิทยาลัย และการรับสมัครในการออกบูธจัดหางานของจังหวัดต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเลือกสมัครในตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างเท่าเทียมกัน
บริษัทฯ จ้างงานผู้พิการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 มาตรา 33 โดยมุ่งเน้นการจ้างงานผู้พิการในชุมชนในพื้นที่ดำเนินการของบริษัทฯ และร่วมกับหน่วยงานราชการและหน่วยงานท้องถิ่นในการจัดหางานที่เหมาะสมกับผู้พิการเพื่อให้เข้าทำงานในหน่วยงานนั้นๆ นอกจากการปฏิบัติตามกฎหมาย การจ้างงานสำหรับผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการ ยังถือเป็นการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ในการขจัดความยากจน การจ้างงานที่มีคุณค่า และการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งสอดคล้องตามแนวทางการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติของบริษัทฯ
นอกจากนี้บริษัทฯ ได้จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับพนักงานผู้พิการในบริษัทฯ เช่น ทางลาด ห้องน้ำ และที่จอดรถ ตลอดจนการจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพและสร้างสุขให้กับพนักงานผู้พิการที่อย่างสม่ำเสมอ ในปี 2568 บริษัทฯ มีการจ้างงานผู้พิการครบตามกฎหมายโดยไม่มีการจ่ายเงินสบทบ
| ข้อมูลการจ้างงานผู้พิการ | ปี 2564 | ปี 2565 | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| จำนวนพนักงานผู้พิการที่บริษัทจ้างงาน แยกตามพื้นที่การจ้างงานรวมทั้งหมด (คน) | 46 | 43 | 46 | 58 | 54 |
|
40 | 38 | 36 | 44 | 42 |
|
6 | 5 | 10 | 14 | 12 |
| มูลค่าการจ้างงานผู้พิการ (บาท) | 6,264,000 | 5,826,000 | 6,024,000 | 7,680,000 | 7,200,000 |
หมายเหตุ
- (1) การจ้างงานผู้พิการภายในองค์กร หมายถึง การจ้างงานผู้พิการโดยให้ผู้พิการทำงานภายในบริษัทของกลุ่มศรีตรัง
- (2) การจ้างงานผู้พิการภายนอกองค์กร หมายถึง การจ้างงานผู้พิการ โดยให้ผู้พิการทำงานในชุมชนเพื่อสาธารณะประโยชน์ เช่น หน่วยงานราชการ โรงพยาบาล เทศบาล เป็นต้น
ผลการดำเนินงานด้านการสรรหาพนักงาน
จำนวนพนักงานทั้งหมดของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568: 6,823 คน
| ชาย | หญิง | |
|---|---|---|
| พนักงานทั้งหมด จำแนกตามเพศ | 69% (4,717 คน) | 31% (2,106 คน) |
| พนักงานทั้งหมด จำแนกตามพื้นที่ | ร้อยละ |
|---|---|
| Thailand | 67.74% |
|
27.10% |
|
24.61% |
|
3.22% |
|
10.64% |
|
2.17% |
|
0.00% |
| ต่างชาติ (Foreigner) | 32.26% |
|
11.93% |
|
18.13% |
|
0.09% |
|
0.00% |
|
0.04% |
|
0.03% |
|
0.29% |
|
0.01% |
|
0.32% |
|
1.33% |
|
0.01% |
|
0.01% |
|
0.03% |
|
0.01% |
|
0.00% |
| ชาย | หญิง | |
|---|---|---|
| พนักงานพ้นสภาพ ตามเพศ | 74% | 26% |
| อัตราการลาออก | 34.46% |
|---|
| ชาย | หญิง | |
|---|---|---|
| พนักงานเข้าใหม่ ตามเพศ | 75% | 25% |
| พนักงานเข้าใหม่ ตามช่วงอายุ | |
|---|---|
|
57.82% |
|
40.07% |
|
2.11% |
| พนักงานที่กลับมาทำงานหลังคลอด | 82.61% |
|---|
| ข้อมูลการสรรหาพนักงาน | ปี 2564 | ปี 2565 | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
|---|---|---|---|---|---|
| จำนวนการจ้างงานใหม่ (คน) | 2,258 | 2,928 | 1,681 | 2,737 | 1,782 |
| ตำแหน่งที่เปิดรับโดยพนักงานภายใน (%) | 35 | 28 | 52 | 39 | 37 |
| ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการสรรหาพนักงานใหม่ รายเดือน (บาท/คน) | 2,389 | 4,244 | 6,475 | 19,340 | 1,663 |
| ข้อมูลการปรับระดับพนักงาน | ปี 2565 | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
|---|---|---|---|---|
| พนักงานที่ได้รับการปรับระดับ (%) | 4.4 | 4.5 | 6.6 | 3.8 |
การดูแลพนักงาน
พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานและนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญในการสร้างระบบการบริหารงานบุคคลที่ดี ตั้งแต่การสรรหาพนักงานใหม่ การบริหารค่าตอบแทนที่มีมาตรฐาน กำหนดเป้าหมายและแผนการพัฒนาศักยภาพพนักงาน เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้า การเติบโตและมีความมั่นคงในอาชีพ ตลอดจนการให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงาน รวมถึงการเคารพสิทธิของพนักงานในการเป็นตัวแทนการรวมกลุ่มเจรจาต่อรอง ในการเสนอเกี่ยวกับสวัสดิการ หรือเพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในบริษัทฯ ในกรอบที่เหมาะสม นอกจากนี้บริษัทฯ ได้นำหลักปฏิบัติด้านแรงงานตาม Amfori BSCI Code of Conduct และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO มาประยุกต์ใช้เป็นแนวปฏิบัติด้านแรงงานและการดูแลพนักงาน และในปี 2567 ทางบริษัทได้ดำเนินโครงการนำร่องเพื่อขอการรับรองมาตรฐานด้านแรงงาน 11 Indicators of Forced Labour (ILO) ซึ่งเป็นการแสดงเจตนารมณ์ในเรื่องการไม่ยอมรับการใช้แรงงานบังคับ โรงงานสาขาพิษณุโลก ซึ่งจากผลการประเมิน พบว่าทางบริษัทมีการดำเนินการสอดคล้องกับมาตรฐานในทุกหัวข้อ
การบริหารค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมและการคำนึงถึงค่าครองชีพ
บริษัทกำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ ความรับผิดชอบของตำแหน่งงาน ผลการปฏิบัติงาน และสภาพตลาดแรงงาน รวมถึงการเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกันเพื่อให้ค่าตอบแทนมีความสามารถในการแข่งขันและเป็นธรรมต่อพนักงานทุกระดับ ไม่มีการเลือกปฏิบัติบนพื้นฐานของเพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา หรือสถานะอื่นใด นอกจากนี้ บริษัทยังตระหนักถึงความสำคัญของค่าครองชีพในการดำรงชีวิตของพนักงาน และนำข้อมูลค่าครองชีพพื้นฐานของประเทศมาใช้เป็นปัจจัยประกอบในการพิจารณากำหนดค่าตอบแทน ให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลงไป โดยกำหนดอัตราค่าจ้างพื้นฐานให้สอดคล้องและสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายแรงงาน โดยจัดให้มีค่าตอบแทนเพิ่มเติมแก่พนักงาน อาทิ เงินค่าประสิทธิภาพการทำงาน เงินค่าขยัน เงินจูงใจตามผลการปฏิบัติงานอื่นๆ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน ในส่วนของค่าตอบแทนผู้บริหาร บริษัทมีคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลการกำหนดค่าตอบแทนให้มีความเหมาะสม โปร่งใส และสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบ และผลการดำเนินงานของบริษัท โดยมีการเชื่อมโยงค่าตอบแทนกับผลการดำเนินงานทั้งด้านการเงินและด้านความยั่งยืน เพื่อส่งเสริมการบริหารงานอย่างมีความรับผิดชอบและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว
สวัสดิการสำหรับพนักงาน
นอกจากผลตอบแทนที่เป็นธรรม ยังมีสวัสดิการพื้นฐานเพื่อให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี เหมาะสมและเพียงพอกับค่าครองชีพในพื้นที่ อาทิเช่น ชุดฟอร์มพนักงาน เงินช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน สวัสดิการบ้านพัก เบี้ยเลี้ยงการปฏิบัติงานนอกสถานที่ ประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ กองทุนเงินสำรองเลี้ยงชีพ เงินเกษียณอายุ เงินช่วยเหลือพนักงานที่ประสบภัย การจัดกิจกรรม Happy Workplace และทัศนศึกษาดูงาน รวมถึงกองทุนประกันสังคม และสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายที่พึงได้รับ (GRI 401-2)
ผลการดำเนินงานด้านการดูแลพนักงาน
บริษัทฯ ได้ดำเนินการสำรวจความผาสุกและผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กรเป็นประจำทุกปี และได้สื่อสารผลการสำรวจความผาสุกและผูกพันต่อพนักงานทั่วทั้งองค์กรผ่าน อีเมล Intranet และรายงานความยั่งยืน โดยมีผลลัพธ์และเป้าหมายดังนี้
| ผลการดำเนินงาน | หน่วย | ปี 2564 | ปี 2565 | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เป้าหมายความผาสุกและผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน | ร้อยละ | - | 85 | 85 | 85 | 85 |
| ความผาสุกและผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน | ร้อยละ | 87 | 88 | 89 | 89 | 86.79 |
| สัดส่วนของพนักงานที่ตอบการประเมิน | ร้อยละ | 80 | 87 | 85 | 100 | 100 |
ทั้งนี้ ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ได้นำข้อคิดเห็นจากผลสำรวจความผาสุกและผูกพันของพนักงานในเรื่องที่เกี่ยวกับสวัสดิการของพนักงาน โดยได้ปรับปรุงไป 5 เรื่อง ดังนี้
1. Flexible Benefits
พนักงานสามารถเลือกรูปแบบสวัสดิการได้เอง ไม่ว่าจะเลือกเป็นประกันสุขภาพ OPD หรือ อาจจะเลือกเป็นสวัสดิการอื่นแทน เช่น ซื้อหนังสือเพื่อพัฒนาตนเอง ค่าทันตกรรม ค่าตัดแว่น สปา สมาชิกฟิตเนส หรือค่าสนับสนุนทริปท่องเที่ยว เป็นต้น
2. โครงการส่งเสริมสุขภาวะพนักงานเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี (Employee Wellness Program)
กลุ่มบริษัทศรีตรังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของพนักงานในระยะยาว ภายใต้กรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (ESG) โดยมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสร้างความผูกพันภายในองค์กร ผ่านการออกแบบกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่เข้าถึงง่าย และสามารถมีส่วนร่วมได้ทุกกลุ่มพนักงาน
หนึ่งในโครงการสำคัญประจำปี 2025 คือ โครงการ Sri Trang Run 2025 – Get Fit, Conquer 100K ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตที่เน้นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและสร้างวัฒนธรรมสุขภาพที่ยั่งยืนทั่วทั้งองค์กร โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัทในเครือทั้งหมดของกลุ่มศรีตรัง
ผลการดำเนินงานของโครงการ
โครงการจัดในรูปแบบ Virtual Run เพื่อให้พนักงานสามารถออกกำลังกายได้ตามเวลาที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของแต่ละบุคคล ช่วยลดข้อจำกัดด้านสถานที่และเวลาทำงาน ส่งผลให้มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากและสะท้อนถึงความตระหนักด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในองค์กร
- ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมรวม 1,826 คน คิดเป็น 91.3% ของเป้าหมาย
- ผู้ที่เริ่มสะสมระยะทางรวม 1,370 คน (75.03%)
- พนักงานจำนวน 842 คน สามารถสะสมระยะครบ 100 กิโลเมตร ภายในช่วงเวลาโครงการ
- โครงการช่วยส่งเสริมความมีวินัยในการออกกำลังกาย และช่วยให้พนักงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในระยะยาว
นอกจากผลลัพธ์ด้านสุขภาพแล้วกิจกรรมยังช่วยสร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วมภายในองค์กร พนักงานจำนวนมากระบุว่าการวิ่งร่วมกับเพื่อนร่วมงานช่วยสร้างแรงจูงใจ ส่งเสริมความสัมพันธ์ในทีม และทำให้เกิดวัฒนธรรมด้านสุขภาวะที่ขยายวงกว้างมากขึ้นในองค์กร




การเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนและการพัฒนาบุคลากร
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นตามนโยบาย ESG ของกลุ่มศรีตรัง ซึ่งเน้นการสร้าง คุณค่าร่วมระยะยาว โดยโครงการด้านสุขภาวะต่างๆ เช่น การส่งเสริมกิจกรรมออกกำลังกาย การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงการจัดอบรมเพื่อให้ความรู้ในเรื่องของสุขภาวะที่ดี มุ่งพัฒนาโครงการส่งเสริมสุขภาวะให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานและบริบทด้านสุขภาพของสังคม โดยมุ่งใช้นวัตกรรมและข้อมูลสุขภาพมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการ ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างสำคัญของการดูแลสวัสดิการพนักงานเพื่อความมั่นคงและปลอดภัยขององค์กรในภาพรวม เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่บุคลากร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในอนาคต
3. โครงการดูแลสุขภาพใจ
กลุ่มบริษัทศรีตรังดำเนินโครงการ “Mental Health Check-up 2025” ระหว่างเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน 2025 ครอบคลุมโรงงานและสำนักงานทั่วประเทศ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านจิตแพทย์ เพื่อประเมินภาวะสุขภาพจิต ความผาสุกในการทำงาน และความต้องการด้านการสนับสนุนของพนักงาน จำนวนพนักงานสนใจเข้าร่วมทั้งหมด 3,197 คน
- เพศชาย 1,525 คน / เพศหญิง 1,607 คน / LGBTQ+ 54 คน / ไม่ระบุเพศ 11 คน
- อัตราการทำงาน 1–3 ปี เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด 39.85%
- กลุ่มสายงานการผลิตเข้าร่วมมากที่สุด
สถานการณ์สุขภาพจิตโดยรวม
- ผลประเมินสุขภาพจิตเฉลี่ย (Mental Well-being Score) อยู่ที่ 69.76% สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 65% สะท้อนให้เห็นว่าพนักงานส่วนใหญ่มีความผาสุกในระดับที่น่าพึงพอใจ อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าพนักงานร้อยละ 15.23 อยู่ในกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม และอีกร้อยละ 3.60 อยู่ในระดับที่ควรพบผู้เชี่ยวชาญอย่างเร่งด่วน
- ด้านความสามารถในการทำงานและดูแลตนเอง พนักงานกว่า 76.76% ระบุว่าตนเองไม่ได้ประสบความยากลำบากในการทำงานแต่ยังมีบางส่วนที่ให้ข้อมูลว่าตนเองประสบปัญหาในชีวิตประจำวันซึ่งส่งผลต่อคุณภาพในการทำงานและสุขภาพจิตในภาพรวม ซึ่งในกรณีนี้ได้มีการติดตามเป็นระยะและให้คำปรึกษาต่อไป
ข้อสรุปของโครงการ
โครงการประเมินสุขภาพจิตปี 2025 เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเข้าใจสถานการณ์สุขภาพจิตของพนักงานอย่างเป็นระบบ และสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าววางแผนพัฒนาเครื่องมือสนับสนุนในระยะยาว ทั้งในด้านการพัฒนาคน การดูแลสวัสดิการ และการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมสุขภาวะของทุกคน โครงการนี้จึงถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัทศรีตรังในมิติ “Social Sustainability” และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดูแลบุคลากรอย่างรอบด้านและต่อเนื่อง
4. ยกระดับสภาพแวดล้อมในการทำงาน
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) สาขากรุงเทพ การปรับปรุงสำนักงาน เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก มุมพักผ่อน มุมสันทนาการต่างๆ เพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานให้พนักงานมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี และมีความสุขในการทำงานมากยิ่งขึ้น (Happy Workplace)




5. เสริมสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance)
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) สาขากรุงเทพ สนับสนุนแนวทางการทำงานแบบยืดหยุ่น เพื่อให้พนักงานสามารถจัดสรรเวลาในการทำงานให้เหมาะสมกับวิถีชีวิต โดยเปิดให้พนักงานเลือกช่วงเวลาทำงานได้ 2 ทางเลือก ได้แก่ 09.00–17.30 น. และ 09.30–18.00 น. ซึ่งช่วยส่งเสริมสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) และสนับสนุนคุณภาพชีวิตของพนักงาน
ทั้งนี้ บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานและครอบครัว ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยสนับสนุนให้พนักงานสามารถดูแลครอบครัวได้อย่างเต็มที่ ผ่านสวัสดิการด้านครอบครัว เช่น
- การให้สิทธิลาคลอดแบบได้รับค่าจ้างแก่ผู้ดูแลหลัก เป็นระยะเวลา 120 วัน หากบุตรป่วยเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน มีความผิดปกติ หรือภาวะพิการ สามารถลาต่อเนื่องได้ ไม่เกิน 15 วัน โดยแสดงใบรับรองแพทย์ และได้รับค่าจ้าง 50% ของค่าจ้างในวันทำงาน
- การให้สิทธิลาบุตรแบบได้รับค่าจ้างแก่ผู้ดูแลรอง เป็นระยะเวลาไม่เกิน 15 วันต่อครรภ์ โดยใช้สิทธิได้ก่อนหรือหลังคลอด แต่ต้องใช้ภายใน 90 วันนับจากวันคลอด และได้รับค่าจ้างสูงสุด 15 วัน ตามอัตราค่าจ้างปกติ
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ไม่มีข้อพิพาทด้านแรงงานที่สำคัญในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา (GRI 419-1)
ประกาศเกียรติคุณและการได้รับการรับรอง
• ILO มาตรฐานองค์การแรงงานระหว่างประเทศ
“บมจ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี สาขาพิษณุโลก "ได้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ILO 11 Indicators of Forced Labor" ภายใต้ Project Pilot Factory for Human Rights Standard ตามมาตรฐานองค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ International Labour Organization (ILO) โดยสหประชาชาติ (UN) ตอกย้ำความเชื่อมั่นในระดับโลกและภาพลักษณ์ที่ดีต่ออุตสาหกรรมยางของไทย
• ประกาศเกียรติคุณ Good Labour Practice - GLP จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
บริษัท รับเบอร์แลนด์โปรดักส์ จำกัด สาขาบุรีรัมย์
การบริหารค่าตอบแทน
บริษัทฯ บริหารและกำหนดค่าตอบแทนของพนักงานในแต่ละระดับอย่างเหมาะสม โดยการประเมินผลการปฏิบัติงาน (Type of Performance Appraisal) และในแต่ละปีบริษัทฯ ได้ดำเนินการสำรวจค่าตอบแทนและสวัสดิการ เพื่อเทียบเคียงกับอุตสาหกรรมที่ใกล้เคียงกัน รวมถึงสภาวะแวดล้อมภายนอก เพื่อนำมาทบทวนและปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำหนดค่าตอบแทนให้เหมาะสม อีกทั้งได้พิจารณาบริหารค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการและความคาดหวังของพนักงานรุ่นใหม่ ทั้งนี้การบริหารค่าตอบแทนและการเลื่อนตำแหน่ง จะไม่คำนึงถึงความแตกต่างเกี่ยวกับเพศของพนักงาน แต่จะพิจารณาจากความสามารถและผลการปฏิบัติงานของพนักงานเป็นสำคัญ
การประเมินผลการปฏิบัติงาน (Type of Performance Appraisal)
บริษัทฯ นำระบบการบริหารผลงาน (Performance Management System: PMS) มาใช้ โดยจัดตั้งคณะทำงานระบบการบริหารผลงาน เพื่อทำหน้าที่ในการพิจารณา และกำหนดแนวทางในการบริหารผลงาน มีการกำหนดดัชนีชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (Key Performance Indicators: KPIs) ในแต่ละหน่วยธุรกิจ เพื่อกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกันทั่วทั้งองค์กร และในปี 2568 พนักงานร้อยละ 100 ได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีตาม KPIs ของแต่ละหน่วยงาน (GRI 404-3)
หลักการบริหารผลิตภาพ
บริษัทฯ มีหน่วยงานโดยเฉพาะที่ดูแลในส่วนของบริหารค่าตอบแทนที่ทำงานควบคู่กับการบริหารผลิตภาพ (Productivity) เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตโดยการใช้แรงงานอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการจ่ายค่าตอบแทนอย่างเหมาะสมให้กับพนักงาน
หลักการบริหารผลิตภาพที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญ คือ การลดงานที่ไม่จำเป็นหรือสูญเปล่า ลดความซ้ำซ้อนหรือความไม่มีประสิทธิภาพ และลดความสูญเสียทุกอย่างในกระบวนการทำงาน รวมถึงส่งเสริมการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ในการทำงาน ทั้งนี้สิ่งที่เป็นจุดแข็งในเรื่องการบริหารผลิตภาพ ของบริษัทฯ ประกอบด้วย
- การบริหารผลิตภาพที่ดีที่สุดอยู่เสมอ จากการเปรียบเทียบโรงงานต่างๆในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน เพื่อหาการบริหารผลิตภาพที่ดีที่สุด (Benchmarking/Best Practice) ตลอดจนการกำหนดเป้าหมายด้านผลิตภาพที่ท้าทาย จึงทำให้มีการเร่งพัฒนาศักยภาพและเป็นการสร้างมาตรฐานของการทำงานให้สูงขึ้นตลอดเวลา
- การเพิ่มศักยภาพและทักษะของพนักงาน เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้หลากหลายและได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม อีกทั้งยังเป็นการลดผลกระทบจากการลาออกของพนักงาน โดยบริษัทฯ มีพนักงานที่สามารถมาทดแทนตำแหน่งของพนักงานที่ลาออกได้ตลอดเวลา
- การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต โดยบริษัทฯ มีโครงการในการสนับสนุนการวิจัยพัฒนาทางด้านเครื่องจักรเพื่อมาทดแทนแรงงานหรือมาช่วยลดภาระงานของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะระบบ Automation/Robot ที่จะเข้ามาทดแทนจุดที่เป็นงานหนัก หรือมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงาน ตลอดจนช่วยทำให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีขึ้น
ผลการดำเนินงานด้านการบริหารค่าตอบแทน
| อัตราส่วนค่าตอบแทนเฉลี่ยหญิงต่อชายของพนักงานแต่ละระดับ | ปี 2565 | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 | ||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| อัตราส่วนค่าตอบแทนเฉพาะเงินเดือน | อัตราส่วนค่าตอบแทนรวมเงินเดือนและโบนัส | อัตราส่วนค่าตอบแทนเฉพาะเงินเดือน | อัตราส่วนค่าตอบแทนรวมเงินเดือนและโบนัส | อัตราส่วนค่าตอบแทนเฉพาะเงินเดือน | อัตราส่วนค่าตอบแทนรวมเงินเดือนและโบนัส | อัตราส่วนค่าตอบแทนเฉพาะเงินเดือน | อัตราส่วนค่าตอบแทนรวมเงินเดือนและโบนัส | |
| ผู้จัดการขึ้นไป (L7-L12) | 0.92 | 0.82 | 0.89 | 0.79 | 1.06 | 1.14 | 1.15 | 1.21 |
| พนักงานระดับบริหาร (L5-L6) | 0.98 | 0.96 | 1.05 | 1.04 | 0.89 | 0.88 | 1.05 | 1.00 |
| พนักงานระดับปฏิบัติการ (L3-L4) | 0.98 | 1.04 | 1.03 | 1.04 | 1.08 | 1.09 | 0.94 | 0.98 |
| พนักงานระดับปฏิบัติการ (L1-L2) | 0.96 | - | 0.95 | - | 1.03 | - | 1.02 | - |
การพัฒนาทักษะพนักงาน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากร โดยบริษัทฯ มีนโยบายการพัฒนาบุคลากรและแผนการสืบทอดตำแหน่ง ที่กำหนดแนวปฏิบัติด้านการพัฒนาทักษะ ความรู้ทั่วไป และความรู้เฉพาะด้านในตำแหน่งหน้าที่ที่รับผิดชอบ ควบคู่ไปกับการสร้างจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้กับพนักงาน
บริษัทฯ กำหนดให้มีแผนพัฒนาสายอาชีพ (Career Development Plan) และการพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan) สำหรับพนักงาน โดยกำหนดให้มีหลักสูตรที่เสริมทักษะการทำงาน เช่น ทักษะความเป็นผู้นำ การบริหารจัดการความเสี่ยง การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และแนวความคิดเชิงอนุรักษ์ในเรื่อง “อุตสาหกรรมยางสีเขียว” เป็นต้น รวมถึงกำหนดหลักสูตรฝึกอบรมให้ตรงกับหน้าที่ที่รับผิดชอบ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ ความสามารถ ตลอดจนทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานทั้งปัจจุบันและในอนาคตให้แก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยการอบรมจะเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจัดอบรม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับบุคลากรในการเรียนรู้และฝึกอบรม เช่น การฝึกอบรมในรูปแบบออนไลน์ (Online training) การเรียนรู้ผ่านสื่อวีดีทัศน์ (Video learning) การเรียนรู้ด้วยตัวเอง (Self-Learning) ผ่านระบบ @Core ภายในของบริษัทฯ เพื่อปรับให้เข้ากับยุคโควิด รวมถึงการสอนงานขณะปฏิบัติงาน (On-the-Job Training) นอกจากการมุ่งการพัฒนาความรู้และทักษะการทำงานของพนักงานแล้วนั้น บริษัทฯ ยังได้มุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกและพฤติกรรมที่ดีในอุตสาหกรรมยางสีเขียวควบคู่ไปด้วย ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ใช้ระบบในการบันทึกจัดเก็บประวัติการฝึกอบรมของพนักงาน เพื่อการบริหารจัดการข้อมูลการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
ในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานในองค์กร เพื่อความเป็นเลิศและยั่งยืนของธุรกิจ ควบคู่ไปกับการสร้างคนดีและคนเก่งสู่สังคม บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางในการพัฒนาพนักงาน ดังนี้
- การอบรมหน้าที่เบื้องต้นของพนักงาน ตามแผนพัฒนาบุคลากร เนื้อหาเกี่ยวภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบ เอกสารการทำงานตามมาตรฐานระบบคุณภาพ เป็นการอบรมและทบทวนความรู้ขั้นพื้นฐาน (In-house Training & On the Job Training) ในทุกตำแหน่งงาน เพื่อให้พนักงานทุกคนได้มีความรู้ที่จำเป็นสำหรับภาระหน้าที่งาน และพัฒนาการเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้ทบทวนความรู้แบบ Self-Learning ผ่านระบบสารสนเทศ (ระบบ @Core) โดยมีข้อมูลให้พนักงานศึกษาเรียนรู้และทบทวนได้อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมีข้อสอบในการวัดผลการเรียนรู้
- การอบรมตามข้อกำหนดของกฎหมาย เพื่อให้พนักงานมีความปลอดภัยในการทำงาน เน้นทางด้านการปลูกฝังจิตสำนึกทางด้านพฤติกรรมความปลอดภัย และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงาน เช่น หลักสูตรอับอากาศ หลักสูตรการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่น หลักสูตรการขับขี่รถ Forklift (รถยก/โฟร์คลิฟท์/ฟอร์คลิฟท์) อย่างถูกต้องและปลอดภัย เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ในระดับต่าง ๆ คณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) เป็นต้น
- การอบรมผู้สืบทอดตำแหน่งงาน (Successor) สำคัญ ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพของพนักงานให้พร้อมในการดำรงตำแหน่งงาน
- การอบรมความรู้ที่จำเป็นในการพัฒนาทักษะการทำงาน พัฒนาภาวะผู้นำและทักษะการบริหารที่จำเป็นต่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ให้สอดคล้องกับนโยบาย และวิสัยทัศน์ของบริษัท เช่น ทักษะความรู้ความชำนาญในการใช้เทคโนโลยีในการทำงานยุคโควิด การเพิ่มทักษะความรู้ด้านวิชาชีพเป็นต้น เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้การส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของพนักงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการทำงานในอนาคต ทั้งนี้ โดยเป็นไปตามแนวทางที่บริษัทเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อบริษัทเป็นสำคัญด้วย
- การอบรมปฐมนิเทศพนักงานใหม่ เรื่องการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance) โดยจัดอบรมให้พนักงานใหม่ทุกคน ประกอบด้วยหัวข้อที่เกี่ยวข้อง เช่น นโยบายการกำกับดูแลกิจการจรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน นโยบายการรับเรื่องร้องเรียน นโยบายเกี่ยวกับการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
- การอบรมหลักสูตร การกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance) เพื่อให้พนักงานทุกคนในองค์กร มีความรู้ความเข้าใจการดำเนินกิจการภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดีขององค์กร และสามารถปฏิบัติได้ถูกต้องสอดคล้องกับนโยบายการกำกับดูแลกิจการ และจรรยาบรรณธุรกิจ รวมถึงสามารถปฏิบัติตนในเรื่องการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันและการปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ข้อร้องเรียน การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และการใช้ข้อมูลภายใน ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม โดยจัดให้มีการอบรมและทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ภายในช่วงไตรมาส 4 ของทุกปี
- ส่งเสริมการเรียนรู้ภายในองค์กร “STA Share & Learn” บริษัทฯ เชื่อมั่นในองค์ความรู้เฉพาะทางที่มีในกลุ่มบริษัทศรีตรังฯ โดยสร้างวิทยากรภายในองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อมาถ่ายทอดความรู้ และร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ในการดึงศักยภาพของพนักงานออกมาใช้งาน ซึ่งวิทยากรภายในมีหลากหลายสาขา อาทิ วิทยากรระบบคุณภาพ วิทยากรระบบสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย วิทยากรปั้นจั่น วิทยากรรถยก เป็นต้น
- การพัฒนาความรู้ความสามารถพนักงาน ผ่านงานกิจกรรมพัฒนา (Activity Development) เช่น กิจกรรม 5ส, Quality Control Circle (QCC), Kaizen, One Point Lesson (OPL) เพื่อส่งเสริมให้พนักงานได้มีส่วนรับผิดชอบในการพัฒนา และปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนในกระบวนการผลิต ช่วยให้ขั้นตอนการทำงานง่ายขึ้น มีความสะดวกมากขึ้น โดยอาศัยความรู้ ทักษะในการทำงาน และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ปรับปรุงงาน
- วัฒนธรรมศรีตรัง (STA Culture) เป็นการปลูกฝังทัศนคติ และการทำงานตามวิถีค่านิยมองค์กรของศรีตรัง (STA Core Value) สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาร่วมงานกับกลุ่มบริษัทศรีตรังฯ และเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อนๆ พนักงานใหม่ ที่อยู่ต่างสถานที่ ต่างวัฒนธรรม ได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน
- ส่งเสริมพนักงานให้ไปดูงานในธุรกิจที่หลากหลายของกลุ่มบริษัทศรีตรังฯ รวมทั้งศึกษาดูงานอื่นๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ นำความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาต่อยอดในงานที่ตนเองรับผิดชอบหรือแลกเปลี่ยนความเห็นกับหน่วยงานอื่นๆ
- การสร้างเวทีในการแสดงผลงานความสำเร็จในองค์กร "Activity Prize" และ "STA Champion"เพื่อให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการแสดงผลงาน ความสามารถ นำมาซึ่งความภาคภูมิใจ และการนำผลงานมาแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ซึ่งจะเป็นทางลัดในการนำไปพัฒนาต่อยอด รวมทั้งการขยายผล ที่สำคัญได้ฝึกบุคลากรให้เรียนรู้แนวทางในการเป็นแชมป์ และแนวทางในการรักษาแชมป์ ซึ่งต้องปรับปรุงวิธีการทำงานอยู่ตลอดเวลา
ผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาพนักงาน
| ข้อมูลด้านการฝึกอบรมพนักงาน | หน่วย | ปี 2568 |
|---|---|---|
| เป้าหมาย : จำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมเฉลี่ยต่อปี | ชม./คน/ปี | 35 |
| ผลการดำเนินงาน : จำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมเฉลี่ยต่อปี (GRI 404-1) | ชม./คน/ปี | 147.48 |
| จำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมทั้งหมด | ชม. | 871,619 |
| จำแนกตามเพศ | ||
|
ชม. | 577,503 |
|
ชม. | 294,116 |
| จำแนกตามช่วงอายุ | ||
|
ชม. | 193,917 |
|
ชม. | 601,997 |
|
ชม. | 75,705 |
| จำแนกตามระดับพนักงาน | ||
|
ชม. | 743,609 |
|
ชม. | 114,039 |
|
ชม. | 13,851 |
|
ชม. | 121 |
| จำแนกตามทักษะ | ||
|
ชม. | 28,681 |
|
ชม. | 12,791 |
|
ชม. | 360,308 |
|
ชม. | 70,357 |
|
ชม. | 74,216 |
|
ชม. | 50,540 |
|
ชม. | 68,310 |
|
ชม. | 41,961 |
|
ชม. | 164,456 |
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม | บาท | 12,489,491.41 |
| ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานเฉลี่ยต่อคน | บาท/คน/ปี | 2,113.2811 |
| มูลค่าทางเศรษฐกิจและประสิทธิภาพของการลงทุนในด้านการพัฒนาพนักงาน | อัตราส่วน | 0.76 |
| พนักงานรายเดือนที่ปรับระดับพนักงาน | ร้อยละ | 3.71% |
โครงการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะพนักงานสำคัญ
หลักสูตร Empowering Senior Leaders to Drive AI Transformation and Social Impact
วันที่ 09 มกราคม 2568





หลักสูตรถูกออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเสริมศักยภาพให้กับผู้บริหารระดับสูงของศรีตรัง ในการนำการเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไปสู่การปฏิบัติ โดยเนื้อหาจะผสมผสานระหว่างการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมกับการประยุกต์ใช้จริงที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมยาง ปิดท้ายด้วยการสะท้อนความคิดและวางแผนการดำเนินงาน เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีความหมาย
เป้าหมายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ
- เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเสริมความรู้ เครื่องมือ และทักษะความเป็นผู้นำให้กับผู้จัดการระดับสูงของศรีตรัง
- เพื่อนำการเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนโดย AI มาใช้ เซสชั่นต่าง ๆ
- ผสมผสานการเรียนรู้แบบโต้ตอบกับการใช้งานจริงที่ปรับให้เหมาะกับอุตสาหกรรมยาง
จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ
ทั้งหมด 156 ท่าน
ผลประโยชน์ที่พนักงานได้รับ
- ผู้เข้าร่วมจะได้รับแนวทางในการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง สร้างแรงบันดาลใจให้ทีมงาน และนำ AI มาใช้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร
- พนักงานจะเข้าใจการประยุกต์ใช้ AI ในอุตสาหกรรมยาง พร้อมกรอบแนวคิดและเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถวางแผนและดำเนินโครงการ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับ
- บริษัทฯ จะมีผู้ที่มีความรู้และทักษะในการวางแผนกลยุทธ์ด้าน AI ที่สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กรและแนวทางความยั่งยืน สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างมั่นคง
หลักสูตร Strategic AI Leadership, Visionary Roadmap, and Leading Change for Sri Trang’s Future
วันที่ 10 มกราคม 2568





หลักสูตรวันนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้นำระดับสูงของศรีตรังในการขับเคลื่อนการนำ AI มาใช้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และแนวทางด้านความยั่งยืนขององค์กร ผ่านกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้วิธีการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลง สร้างวิสัยทัศน์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล กำหนดลำดับความสำคัญของโครงการ AI ที่มีผลกระทบสูง และเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ
เป้าหมายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ
- เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้นำระดับสูงของ Sri Trang ขับเคลื่อนการนำ AI มาใช้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และแผนริเริ่มเพื่อความยั่งยืนขององค์กร
- ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้วิธีคาดการณ์การเปลี่ยนแปลง สร้างวิสัยทัศน์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล กำหนดลำดับความสำคัญของแผนริเริ่ม AI ที่มีผลกระทบ และนำการเปลี่ยนแปลงที่สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิผล
จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ
ทั้งหมด 35 ท่าน
ผลประโยชน์ที่พนักงานได้รับ
- ผู้เข้าร่วมจะได้รับความรู้ ทักษะ และกรอบแนวคิดในการวางแผนและขับเคลื่อนการใช้ AI ให้สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และความยั่งยืนขององค์กร พร้อมเสริมทักษะความเป็นผู้นำในการบริหารการเปลี่ยนแปลงและสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรม
ประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับ
- บริษัทฯ จะได้ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และความสามารถในการวางแผนและขับเคลื่อนการใช้ AI ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กรและเป้าหมายด้านความยั่งยืน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างนวัตกรรม และรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างมั่นคง
หลักสูตร Building Scalable AI Solutions with Robust Data Governance and Leadership for Change
วันที่ 10 มกราคม 2568





หลักสูตรมีเป้าหมายเพื่อเสริมศักยภาพให้กับทีมเทคนิคของศรีตรัง ด้วยความรู้ เครื่องมือ และทักษะความเป็นผู้นำในการพัฒนาโซลูชัน AI ที่ทรงพลัง ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ AI ที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมยาง แนวทางการบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และโครงสร้างข้อมูลที่สามารถขยายขนาดได้ นอกจากนี้ โปรแกรมยังเน้นบทบาทของผู้นำในการบริหารการเปลี่ยนแปลง และการสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคได้อย่างสำเร็จ
เป้าหมายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ
- เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับทีมงานด้านเทคนิคของศรีตรังด้วยความรู้ เครื่องมือ และทักษะความเป็นผู้นำในการสร้างโซลูชัน AI ที่มีประสิทธิภาพ
- ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับแอปพลิเคชัน AI ที่ปรับให้เหมาะกับอุตสาหกรรมยาง แนวทางการกำกับดูแลข้อมูลที่แข็งแกร่ง และกรอบข้อมูลที่ปรับขนาดได้
จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ
ทั้งหมด 34 ท่าน
ผลประโยชน์ที่พนักงานได้รับ
- ผู้เข้าร่วมจะเข้าใจการนำ AI ไปใช้ในกระบวนการผลิตและSupply Chain พร้อมเรียนรู้การวางโครงสร้างข้อมูลที่สามารถขยายขนาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ผู้เข้าร่วมจะสามารถนำทีมผ่านการเปลี่ยนแปลง สร้างแรงบันดาลใจ และจัดการกับความท้าทายในการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้
ประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับ
- บริษัทฯ จะมีทีมเทคนิคที่สามารถออกแบบและดำเนินโครงการ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และ ESG
- การนำ AI และระบบข้อมูลที่มีการกำกับดูแลมาใช้ จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพ และสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจในระยะยาว
หลักสูตร DIGITAL TRANSFORMATION (DX) : The Path to Organizational Excellence
วันที่ 13 มีนาคม 2568

ในปัจจุบัน โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกมิติของชีวิตทั้งการทำงาน การศึกษา การใช้ชีวิต ส่งผลให้องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้กับการดำเนินงานขององค์กร Digital Transformation เป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานขององค์กรโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขัน กระบวนการแปลงสู่ดิจิทัลนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในองค์กร โดยเฉพาะบุคลากร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงChange Management เป็นการช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวและรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างราบรื่น การจัดการการเปลี่ยนแปลงที่ดีจะช่วยให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายของการแปลงสู่ดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เป้าหมายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ
- เพื่อให้ผู้บริหารและนักปฏิบัติมี Digital Mindset
- เพื่อเรียนรู้เข้าใจและเสริมสร้างทักษะด้าน Digital Literacy and Digital Skills
- เพื่อเรียนรู้และเข้าใจ Digital Transformation Framework
- สามารถกำหนด Digital Transformation Strategy แผนปฏิบัติการและแผนงบประมาณที่เหมาะสม และคุ้มค่าการลงทุนในการปรับตัวสู่องค์กรด้านดิจิทัล
- สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในองค์กร และในกระบวนการทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ
- เพื่อให้ผู้เข้าอบรมให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูลในการขับเคลื่อนองค์กร บูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลจัดการข้อมูล ได้ถูกต้องครบถ้วนเป็นปัจจุบันรวมถึงมีความมั่นคงปลอดภัย
จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ
ระดับผู้บริหารและผู้จัดการโรงงาน
- คุณเฉลิมภพ แก่นจัน กรรมการบริหาร และ COO
- คุณภัทราวุธ พาณิชย์กุล กรรมการบริหาร และ CFO
- คุณเชษฐา นาคทาย ผู้จัดการสายงานผลิต LTX และ RSS
- คุณพนัส คงรื่น ผู้จัดการสายงานผลิต STR และ PE
- คุณอนุวัฒน์ จิมจวน ผู้จัดการโรงงาน STA-KD
- คุณรณชัย ศรีสุขแก้ว ผู้จัดการโรงงาน STA-CP
- คุณอภิเชต เดชพิชัย ผู้จัดการโรงงาน STA-SK
ผลประโยชน์ที่พนักงานได้รับ
- พนักงานได้รับความรู้ ทักษะ และแนวทางในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปปรับใช้ในงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล
ประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับ
- องค์กรสามารถกำหนดกลยุทธ์และดำเนินการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการพัฒนาอย่างยั่งยืน
หลักสูตร The 7 Habits of Highly Effective People
วันที่ 8-9 เมษายน 2568
วันที่ 3-4 มิถุนายน 2568








ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านเทคโนโลยี การทำงาน และการใช้ชีวิต การพัฒนาตนเองและการบริหารทีมอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบุคลากรทุกระดับ หลักสูตร The 7 Habits of Highly Effective People เป็นหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งช่วยเสริมสร้างแนวคิด ทัศนคติ และพฤติกรรมที่นำไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงาน หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะด้านการคิดเชิงบวก การวางแผน การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการดูแลตนเองอย่างสมดุล ผ่าน 7 อุปนิสัยหลักที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและการทำงาน เพื่อสร้างบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในองค์กร
เป้าหมายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ
- เพื่อพัฒนาทัศนคติและพฤติกรรมที่ส่งเสริมความสำเร็จอย่างยั่งยืน
- เพื่อเสริมสร้างทักษะการบริหารตนเอง การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ
- เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำหลักการ 7 อุปนิสัยไปปรับใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวัน
จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ
- รุ่น 3 ทั้งหมด 23 ท่าน
- รุ่น 4 ทั้งหมด 33 ท่าน
ผลประโยชน์ที่พนักงานได้รับ
- พนักงานจะได้รับแนวคิดและเครื่องมือในการพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบ สามารถบริหารเวลา วางแผนงาน สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสร้างสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน
ประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับ
- องค์กรจะมีบุคลากรที่มีความรับผิดชอบ มีทัศนคติเชิงบวก และสามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งและสามารถขับเคลื่อนเป้าหมายขององค์กรได้อย่างยั่งยืน
หลักสูตร One Sri Trang Town Hall
วันที่ 05 มิถุนายน 2568





ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคม กลุ่มบริษัทศรีตรังได้ดำเนินการปรับตัวและพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
กิจกรรม One Sri Trang Town Hall จึงจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีในการสื่อสารทิศทางองค์กร การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และกลยุทธ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาองค์กรในอนาคต โดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการรับฟังแนวคิดจากผู้บริหารระดับสูง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ และสร้างความเข้าใจร่วมกันในเป้าหมายขององค์กร
เป้าหมายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ
- เพื่อสื่อสารทิศทางองค์กร กลยุทธ์ และการเปลี่ยนแปลงสำคัญให้พนักงานรับทราบอย่างทั่วถึง
- เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้ในการพัฒนาองค์กร
- เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างทีมงานจากหลากหลายหน่วยงาน
จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ
ทั้งหมด 503 ท่าน
ผลประโยชน์ที่พนักงานได้รับ
- พนักงานได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับทิศทางองค์กร การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี และแนวทางการพัฒนาตนเอง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กร
ประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับ
- สร้างความเข้าใจร่วมกันในระดับองค์กร เสริมสร้างความผูกพันของพนักงาน และเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านดิจิทัลและ AI อย่างมีประสิทธิภาพ
หลักสูตร AI-Bullet Train Strategy 2025 Course: From Idea to Action
วันที่ 14 สิงหาคม 2568





กลุ่มบริษัทศรีตรัง ได้เริ่มนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในองค์กรอย่างจริงจัง ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการวางแผนการใช้ AI ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละแผนกหรือหน่วยงาน โดยเน้นการวิเคราะห์ กำหนดขอบเขตการใช้งาน และจัดทำแผนปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรม ผู้เข้าร่วมจะมีโอกาสนำเสนอแนวคิด แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และพัฒนาแนวคิดเหล่านั้นให้สามารถนำไปใช้ได้จริง
เป้าหมายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ
- เพื่อให้เข้าใจแนวทางการประยุกต์ใช้ AI ในบริบทของงานตนเอง
- เพื่อส่งเสริมให้เกิดการคิดวิเคราะห์ และวางแผนการใช้งาน AI อย่างเป็นระบบ
- เพื่อให้แต่ละฝ่ายสามารถกำหนดขอบเขตการใช้งานและแนวทางการดำเนินงานด้าน AI ได้อย่างเหมาะสม
- เพื่อพัฒนาทักษะการนำเสนอแผนงานด้าน AI ต่อผู้บริหารหรือทีมงานในองค์กร
จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ
ทั้งหมด 152 ท่าน
ผลประโยชน์ที่พนักงานได้รับ
- ผู้เข้าร่วมสามารถพัฒนาแนวคิดและแผนการใช้ AI ในบริบทของตนเอง
- แต่ละหน่วยงานมีแผนปฏิบัติการเบื้องต้นที่สามารถนำไปพัฒนาต่อได้
ประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับ
- องค์กรมีความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับทิศทางการใช้ AI เพื่อการพัฒนา
หลักสูตร Quality Day : Quality drives sustainability
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568

กิจกรรม Quality Day : Quality Drives Sustainability จัดขึ้นเพื่อสื่อสารนโยบายและทิศทางด้านคุณภาพขององค์กรในปี 2568 พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมกลุ่ม การแลกเปลี่ยนมุมมอง และการเรียนรู้จากผลการดำเนินงานด้านคุณภาพและสิ่งแวดล้อมของแต่ละโรงงานในกลุ่มศรีตรัง
นอกจากนี้ยังมีการจัดเวที Quality Talk เพื่อแบ่งปันแนวทางการป้องกันปัญหาคุณภาพ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันและสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
เป้าหมายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ
- เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความสำคัญระบบคุรภาพ การผลิตสินค้าคุณภาพตามมาตรฐานขององค์กร
- ส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
- เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในนโยบายคุณภาพ แผนการดำเนินงานที่สำคัญ ให้ทุกคนมีเป้าหมายและทิศทางการดำเนินงานเดียวกัน
จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ
ทั้งหมด 1,210 ท่าน
ผลประโยชน์ที่พนักงานได้รับ
- พนักงานจะมีความเข้าใจในนโยบายและเป้าหมายด้านคุณภาพขององค์กร สามารถนำแนวคิดและแนวทางที่ได้รับไปปรับใช้ในการทำงาน พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องในระดับทีมและหน่วยงาน
ประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับ
- องค์กรจะมีบุคลากรที่ตระหนักถึงความสำคัญของคุณภาพและสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้สามารถรักษามาตรฐานการผลิต ลดปัญหาคุณภาพ และขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ใน ปี 2025 องค์กรมีนโยบายในการพัฒนาองค์ความรู้ของพนักงานในด้าน AI และมีหลักสูตรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องดังนี้
- e-Form UAT and Brush up (iCube)
- Copilot for Microsoft 365
- Power BI
- Empowering Senior Leaders to Drive AI Transformation and Social Impact
- Data Platform for BU Champion
- Factory of The Future Introduction
- Generative AI for Business Users
- 2025 Esri Developer&Technology Summit
- Generative AI and RAG
- Transform Your Smart Phone into Professional Field Survey Equipment with ArcGIS
- DIGITAL TRANSFORMATION (DX): The Path to Organizational Excellence
- Governance and Risk Management for Using AI (Organized by the Stock Exchange of Thailand)
- Using AI to Solve Engineering Problems
- Lead with Insight: Power BI for Forward-Thinking Leaders
- Robotics Summit 2025
- COMPUTEX 2025 Discover AI NEXT and Future Tech Trends (Taiwan)
- Super AI (Singapore)
- The 27th China Hi-Tech Fair (China-Shenzhen)
- DigiTech ASEAN Thailand 2025-Digital Solutions for Business
- Digital Transformation & AI Foundation
- Digital Transformation Workshop
โครงการสร้างศักยภาพพนักงาน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมให้พนักงานเข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานนอกสถานที่ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) รวมถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากหน่วยงานภายนอก ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ส่งพนักงานเพื่อไปศึกษาดูงานในสถานที่ต่างๆ อาทิเช่น
- ประเทศไต้หวัน หลักสูตร COMPUTEX 2025: Discover AI NEXT and Future Tech Trends
- ประเทศสิงคโปร์ หลักสูตร SuperAI
- ประเทศจีน หลักสูตร BESS in China Trip
- ประเทศจีน หลักสูตร The 27th China Hi-Tech Fair
- ประเทศอินเดีย World Teak Conference ครั้งที่ 5
- ประเทศมาเลเซีย และท่าเรือสงขลา การศึกษาดูงานด้านกระบวนการขนถ่ายตู้สินค้าระหว่างท่าเรือกับเรือสินค้า





การศึกษาดูงานดังกล่าวช่วยเสริมสร้างทักษะ ความรู้ และมุมมองใหม่ๆ ให้แก่พนักงาน สามารถนำมาปรับใช้ในการพัฒนากระบวนการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและเสริมสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ให้กับพนักงานทุกระดับ
การพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งงาน
แผนการสืบทอดตำแหน่งงานสำคัญถือเป็นกระบวนการในการเตรียมความพร้อมในเชิงรุก สำหรับบุคลากรในตำแหน่งหัวหน้างานขึ้นไป เพื่อสืบทอดตำแหน่งงานต่อจากผู้จัดการหรือผู้บริหารท่านเดิมที่ลาออก หรือเกษียณอายุ หรือเข้ารับตำแหน่งใหม่ที่มีขึ้นเพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิต ขยายโรงงาน และ/หรือ กิจการ ซึ่งถือเป็นการวางแผนความก้าวหน้าในอาชีพของพนักงาน และเพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในตำแหน่งงานสำคัญ (Key Positions) ของบริษัทฯ ในอนาคต โดยบริษัทฯ มีหลักเกณฑ์พิจารณาคัดเลือกผู้สืบทอดตำแหน่ง ดังนี้
- ผลการประเมินการปฏิบัติงาน (Job Performance Appraisal) พิจารณาจากผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาของพนักงานผู้สืบทอดตำแหน่ง
- การประเมินศักยภาพ (Potential Appraisal) พิจารณาจากศักยภาพความเป็นผู้นำ ทัศนคติ และพฤติกรรมว่าสอดคล้องกับค่านิยมหลักขององค์กร (Core Value) ซึ่งจะมีผลต่อการทำงานในตำแหน่งใหม่ในอนาคตหรือไม่
พนักงานที่ผ่านการประเมินเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งจะถือเป็นพนักงานที่มีศักยภาพสูง (High Potential Talent) และจะได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมเพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นผู้นำของหน่วยงานต่อไปในอนาคต โดยเมื่อมีตำแหน่งงานว่างบริษัทฯ จะพิจารณาพนักงานที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สืบทอดตำแหน่งก่อนเป็นลำดับแรก หากไม่มีพนักงานผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมบริษัทฯ จึงจะทำการสรรหาจากบุคคลภายนอกต่อไป ทั้งนี้บริษัทฯ จะมีการทบทวนรายชื่อผู้สืบทอดตำแหน่งเป็นประจำทุก 2 ปี
บริษัทฯ กำหนดให้มีหลักสูตรพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งงาน รวมทั้งสิ้น 20 หลักสูตร ดังนี้
- ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสังคมดิจิทัล
- ความคิดสร้างสรรค์และการเข้าใจนวัตกรรม
- เทคนิคการไกล่เกลี่ยเพื่อความร่วมมือในองค์กร
- ความสามารถในการตัดสินใจ
- ทักษะการคิดวิเคราะห์ ความกระหายที่จะเรียนรู้เพื่อการเติบโต
- ทักษะความเป็นผู้นำ
- ความเข้าใจและยอมรับความหลากหลายทางสังคม
- ความเข้าใจเทคโนโลยีในอนาคต การปรับตัวในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
- อ่านงบการเงินเป็น เห็นผลงานอยู่ข้างหน้า
- ความรู้ทั่วไปและความสำคัญของการนำเสนอ การเตรียมตัวนำเสนอข้อมูล
- การเตรียมเนื้อหาที่จะนำเสนอ การวิเคราะห์ข้อมูล
- การออกแบบการนำเสนอข้อมูล
- เทคนิคการนำเสนอข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และเทคนิคการนำเสนอด้วย Power Point
- การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคด้วย Secondary Data และ Primary Data
- การสร้าง Customer Centric Mindset ในการทำงาน
- การบริหารความเสี่ยง
- กลยุทธ์การจัดการธุรกิจขั้นเทพ
- กลยุทธ์การจัดการโลจิสติกส์และ Supply Chain
- ความฉลาดในการบริหารจัดการอารมณ์
- ภาวะผู้นำยุค Digital
ทั้งนี้หลักสูตรการพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งงานอาจมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์และกลยุทธ์ของบริษัทฯ และเพื่อความเหมาะสมกับกลุ่มผู้สืบทอดตำแหน่งงาน นอกจากนี้บริษัทฯ กำหนดให้มีประเมินผลการเรียนรู้หลังการฝึกอบรมในแต่ละรายวิชา รวมถึงประเมินศักยภาพของผู้สืบทอดตำแหน่ง โดยการประเมินสมรรถนะ (Competency) ในด้านต่างๆ ดังนี้
สมรรถนะหลัก (Core Competency) ประกอบด้วย
- ความเชี่ยวชาญในธุรกิจ/ในงานที่รับผิดชอบ (Specialist)
- ทำงานเป็นทีม ฟันฝ่าทุกอุปสรรค (Teamwork)
- ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ และรับผิดชอบต่อธุรกิจ (Accountability)
สมรรถนะประจำกลุ่มงาน (Functional Competency) ประกอบด้วย
- ความรู้ด้านธุรกิจ (Business Knowledge)
- กระบวนการและเทคนิคการผลิตในสายผลิตภัณฑ์ที่รับผิดชอบ (Production Technique and Process)
- การบริหารต้นทุน (Cost Management)
- การบริหารผลิตภาพ (Productivity Management)
- การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหา (Decision Making / Problem Solving)
- ความคิดอย่างเป็นระบบ (Systematic Thinking)
สมรรถนะเชิงเทคนิคหรือทางสายงาน (Technical/Professional Competency) ประกอบด้วย
- การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management)
- ความเป็นผู้นำ (Leadership)
- การบริหารทีม (Team Management)
- การบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Resource Management)
- การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)
- วิสัยทัศน์และการบริหารเชิงกลยุทธ์ (Vision & Strategic Management)
- การบริหารความซับซ้อน (Complexity Management)
ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้สืบทอดตำแหน่งงานมีความพร้อมในการเข้ารับตำแหน่งงานที่สูงขึ้นทั้งความพร้อมทางด้านความรู้ (Knowledge) ทักษะความสามารถ (Skill) และทัศนคติ (Attitude)
การพัฒนาพนักงานและสร้างนวัตกรรมผ่านกิจกรรมพัฒนา
จากแนวทางการพัฒนาพนักงานของบริษัทฯ ผ่านการจัดกิจกรรมการพัฒนาและเวทีในการแสดงผลงานและความสำเร็จของพนักงาน บริษัทฯ ได้นำกิจกรรมข้อเสนอแนะ Kaizen, QCC และ OPL มาใช้ขับเคลื่อนการปรับปรุงกระบวนการทำงานของพนักงาน และส่งเสริมการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ โดยมีการจัดการประกวดผลงาน QCC และ Kaizen ประจำปีของพนักงานในชื่อ “โครงการ STA Champion 2025” ซึ่งในปีนี้มีพนักงานเข้าร่วมส่งเรื่องเข้าประกวด QCC และ Kaizen เป็นจำนวนมาก โดยมีผู้บริหารระดับสายงานและกรรมการบริษัทเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน
ผลการดำเนินกิจกรรมการพัฒนา (Activity Development)
| กิจกรรม | ปี 2565 | ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 | ||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| จำนวนเรื่อง | ลดต้นทุนได้ (ล้านบาท) | จำนวนเรื่อง | ลดต้นทุนได้ (ล้านบาท) | จำนวนเรื่อง | ลดต้นทุนได้ (ล้านบาท) | จำนวนเรื่อง | ลดต้นทุนได้ (ล้านบาท) | |
| OPL | 107 | - | 122 | - | 64 | - | 181 | - |
| Kaizen | 944 | 24.4 | 1,113 | 22 | 1,186 | 25 | 1,652 | 15 |
| QCC | 106 | 7.7 | 118 | 11.6 | 105 | 9.7 | 83 | 12.2 |
ตัวอย่างการปรับปรุงการทำงานจากกิจกรรมคุณภาพ
KAIZEN: เพิ่มตันผลิต CY
สาขา: บริษัท หน่ำฮั้วรับเบอร์ จำกัด (น้ำยางข้น)
ก่อนปรับปรุง
ลักษณะการทำงาน
หลังยางสกิมจับตัวเป็นก้อนแล้ว พนักงานจะปล่อยยางสกิม ออกมาจากบ่อ แล้วยกก้อนยางขึ้นเก๊ะ จากนั้นก็ยกด้วยรถโฟล์คลิฟต์ไปวางบริเวณจักรรีดยางสกิมเพื่อทำการรีดยางให้เป็นแผ่นแล้วม้วนเก็บในเก๊ะ
จุดที่เป็นปัญหา
ช่วงระหว่างการขนย้ายก้อนยาง ไปยังจักรรีดยางเกิดการสูญเสียจากการเคลื่อนย้ายยางรอการผลิต
หลังปรับปรุง
การปรับปรุง
เพิ่มไลน์สายพานจำนวน 3 สายพานลำเลียง ก้อนยางไปยังจักรรีดตัวที่ 1 เพื่อลดขั้นตอนที่พนักงานยกก้อนยางขึ้น – ลงแก๊ะและลดการใช้รถโฟล์คลิฟท์ในการขนย้ายก้อนยางไปยังจักรรีดตัวที่ 1
ลักษณะการทำงานแบบใหม่
หลังยางสกิมจับตัวเป็นก้อนแล้วพนักงานจะปล่อยยางสกิม ออกมาจากบ่อแล้วยกก้อนยางขึ้นสายพาน จากนั้นสายพานจะลำเลียงก้อนยางเข้าจักรรีดตัวที่ 1 และ ตัวที่ 2 ทำให้ยางเข้าจักรรีดอย่างต่อเนื่อง
ประโยชน์ที่ได้รับ
- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
- ระบบสายพานลำเลียงช่วยให้กระบวนการทำงานลื่นไหลและต่อเนื่อง มากขึ้น
- ลดปัญหาคอขวดในการป้อนวัตถุดิบเข้าสู่เครื่องจักร
- ลดภาระของพนักงาน
- ไม่ต้องใช้แรงงานยกถ้อยางขึ้น-ลง บ่อยครั้งอีกต่อไป
- ลดอาการบาดเจ็บหรือความเสี่ยงจากการยกของหนัก
- ลดการใช้รถโฟล์คลิฟต์
- ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน
- ลดความแออัดในพื้นที่ทำงาน และเพิ่มความปลอดภัย
- สะท้อนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
- เป็นตัวอย่างของการคิดปรับปรุงเพื่อความยั่งยืน แสดงถึงความใส่ใจต่อทั้ง “คนทำงาน” และ “ประสิทธิภาพของโรงงาน”

