พนักงานเป็นทรัพยากรสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จของเรา บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการบริหารบุคคลที่ดี ด้วยการสรรหาพนักงานที่ดี การบริหารค่าตอบแทนมาตรฐาน และสนับสนุนการพัฒนาพนักงาน รวมถึงความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงาน และเคารพสิทธิของพนักงานในการ เป็นตัวแทนการรวมกลุ่มเจรจาต่อรอง นอกจากนี้เราได้ปฏิบัติตามหลักของ amfori BSCI Code of Conduct เพื่อรักษามาตรฐานด้านแรงงาน และการดูแลพนักงาน

การสรรหาพนักงาน

บริษัทฯ มีการสรรหาพนักงานโดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบอันเนื่องจาก เพศ อายุ ศาสนา สัญชาติ เชื้อชาติ ชนชั้น ความพิการ บริษัทฯ มีการดำเนินการสรรหาพนักงานจากบุคลากรภายในบริษัทฯ (Internal hire) ผ่านกระบวนการปรับตำแหน่งงาน หรือโยกย้ายสายงานเพื่อความก้าวหน้าและเติบโตของพนักงาน สำหรับการสรรหาบุคลากรภายนอก บริษัทฯ สรรหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติตรงตามแบบกำหนดหน้าที่งานแต่ละตำแหน่ง ประกอบกับการพิจารณา ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) เพื่อให้ได้พนักงานที่มีความสามารถและเหมาะสมกับตำแหน่งงาน โดยระบุรายละเอียดข้อมูลการรับสมัครที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ผ่านช่องทางการรับสมัครงานที่หลากหลาย เช่น เว็บไซต์บริษัทฯ เว็บไซด์จัดหางานต่างๆ การเปิดรับสมัครในมหาวิทยาลัย และการรับสมัครในการออกบูธจัดหางานของจังหวัดต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเลือกสมัครในตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างเท่าเทียมกัน

บริษัทฯ จ้างงานผู้พิการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 มาตรา 33 โดยมุ่งเน้นการจ้างงานผู้พิการในชุมชนในพื้นที่ดำเนินการของบริษัทฯ และร่วมกับหน่วยงานราชการและหน่วยงานท้องถิ่นในการจัดหางานที่เหมาะสมกับผู้พิการเพื่อให้เข้าทำงานในหน่วยงานนั้นๆ นอกจากการปฏิบัติตามกฎหมาย การจ้างงานสำหรับผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการ ยังถือเป็นการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ในการขจัดความยากจน การจ้างงานที่มีคุณค่า และการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งสอดคล้องตามแนวทางการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติของบริษัทฯ

นอกจากนี้บริษัทฯ ได้จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับพนักงานผู้พิการในบริษัทฯ เช่น ทางลาด ห้องน้ำ และที่จอดรถ ตลอดจนการจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพและสร้างสุขให้กับพนักงานผู้พิการที่อย่างสม่ำเสมอ ในปี 2568 บริษัทฯ มีการจ้างงานผู้พิการครบตามกฎหมายโดยไม่มีการจ่ายเงินสบทบ

ข้อมูลการจ้างงานผู้พิการ ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
จำนวนพนักงานผู้พิการที่บริษัทจ้างงาน แยกตามพื้นที่การจ้างงานรวมทั้งหมด (คน) 46 43 46 58 54
  • การจ้างงานผู้พิการภายในองค์กร(1) (คน)
40 38 36 44 42
  • การจ้างงานผู้พิการภายนอกองค์กร(2) (คน)
6 5 10 14 12
มูลค่าการจ้างงานผู้พิการ (บาท) 6,264,000 5,826,000 6,024,000 7,680,000 7,200,000

หมายเหตุ

  1. (1) การจ้างงานผู้พิการภายในองค์กร หมายถึง การจ้างงานผู้พิการโดยให้ผู้พิการทำงานภายในบริษัทของกลุ่มศรีตรัง
  2. (2) การจ้างงานผู้พิการภายนอกองค์กร หมายถึง การจ้างงานผู้พิการ โดยให้ผู้พิการทำงานในชุมชนเพื่อสาธารณะประโยชน์ เช่น หน่วยงานราชการ โรงพยาบาล เทศบาล เป็นต้น

ผลการดำเนินงานด้านการสรรหาพนักงาน

จำนวนพนักงานทั้งหมดของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568: 6,823 คน

ชาย หญิง
พนักงานทั้งหมด จำแนกตามเพศ 69% (4,717 คน) 31% (2,106 คน)
พนักงานทั้งหมด จำแนกตามพื้นที่ ร้อยละ
Thailand 67.74%
  • ภาคใต้ (South)
27.10%
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeastern)
24.61%
  • ภาคตะวันออก (Eastern)
3.22%
  • ภาคเหนือ (North)
10.64%
  • ภาคกลาง (Central)
2.17%
  • ภาคตะวันตก (Western)
0.00%
ต่างชาติ (Foreigner) 32.26%
  • อินโดนีเซีย (Indonesia)
11.93%
  • เมียนมาร์ (Myanmar)
18.13%
  • กัมพูชา (Cambodia)
0.09%
  • ลาว (Laos)
0.00%
  • มาเลเซีย (Malaysia)
0.04%
  • อินเดีย (India)
0.03%
  • จีน (China)
0.29%
  • ออสเตรเลีย (Australia)
0.01%
  • สิงคโปร์ (Singapore)
0.32%
  • แอฟริกา (Africa)
1.33%
  • เวียดนาม (Vietnam)
0.01%
  • สวิสเซอร์แลนด์ (Switzerland)
0.01%
  • ฮอนดูรัส (Honduras)
0.03%
  • สหรัฐอเมริกา (America)
0.01%
  • ไต้หวัน (Taiwan)
0.00%
ชาย หญิง
พนักงานพ้นสภาพ ตามเพศ 74% 26%
อัตราการลาออก 34.46%
ชาย หญิง
พนักงานเข้าใหม่ ตามเพศ 75% 25%
พนักงานเข้าใหม่ ตามช่วงอายุ
  • อายุน้อยกว่า 30 ปี
57.82%
  • ระหว่าง 30-50 ปี
40.07%
  • อายุสูงกว่า 50 ปีขึ้นไป
2.11%
พนักงานที่กลับมาทำงานหลังคลอด 82.61%
ข้อมูลการสรรหาพนักงาน ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
จำนวนการจ้างงานใหม่ (คน) 2,258 2,928 1,681 2,737 1,782
ตำแหน่งที่เปิดรับโดยพนักงานภายใน (%) 35 28 52 39 37
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการสรรหาพนักงานใหม่ รายเดือน (บาท/คน) 2,389 4,244 6,475 19,340 1,663
ข้อมูลการปรับระดับพนักงาน ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
พนักงานที่ได้รับการปรับระดับ (%) 4.4 4.5 6.6 3.8

การดูแลพนักงาน

พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานและนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญในการสร้างระบบการบริหารงานบุคคลที่ดี ตั้งแต่การสรรหาพนักงานใหม่ การบริหารค่าตอบแทนที่มีมาตรฐาน กำหนดเป้าหมายและแผนการพัฒนาศักยภาพพนักงาน เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้า การเติบโตและมีความมั่นคงในอาชีพ ตลอดจนการให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงาน รวมถึงการเคารพสิทธิของพนักงานในการเป็นตัวแทนการรวมกลุ่มเจรจาต่อรอง ในการเสนอเกี่ยวกับสวัสดิการ หรือเพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในบริษัทฯ ในกรอบที่เหมาะสม นอกจากนี้บริษัทฯ ได้นำหลักปฏิบัติด้านแรงงานตาม Amfori BSCI Code of Conduct และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO มาประยุกต์ใช้เป็นแนวปฏิบัติด้านแรงงานและการดูแลพนักงาน และในปี 2567 ทางบริษัทได้ดำเนินโครงการนำร่องเพื่อขอการรับรองมาตรฐานด้านแรงงาน 11 Indicators of Forced Labour (ILO) ซึ่งเป็นการแสดงเจตนารมณ์ในเรื่องการไม่ยอมรับการใช้แรงงานบังคับ โรงงานสาขาพิษณุโลก ซึ่งจากผลการประเมิน พบว่าทางบริษัทมีการดำเนินการสอดคล้องกับมาตรฐานในทุกหัวข้อ

การบริหารค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรมและการคำนึงถึงค่าครองชีพ

บริษัทกำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนโดยพิจารณาจากความรู้ ความสามารถ ความรับผิดชอบของตำแหน่งงาน ผลการปฏิบัติงาน และสภาพตลาดแรงงาน รวมถึงการเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกันเพื่อให้ค่าตอบแทนมีความสามารถในการแข่งขันและเป็นธรรมต่อพนักงานทุกระดับ ไม่มีการเลือกปฏิบัติบนพื้นฐานของเพศ อายุ เชื้อชาติ ศาสนา หรือสถานะอื่นใด นอกจากนี้ บริษัทยังตระหนักถึงความสำคัญของค่าครองชีพในการดำรงชีวิตของพนักงาน และนำข้อมูลค่าครองชีพพื้นฐานของประเทศมาใช้เป็นปัจจัยประกอบในการพิจารณากำหนดค่าตอบแทน ให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลงไป โดยกำหนดอัตราค่าจ้างพื้นฐานให้สอดคล้องและสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายแรงงาน โดยจัดให้มีค่าตอบแทนเพิ่มเติมแก่พนักงาน อาทิ เงินค่าประสิทธิภาพการทำงาน เงินค่าขยัน เงินจูงใจตามผลการปฏิบัติงานอื่นๆ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน ในส่วนของค่าตอบแทนผู้บริหาร บริษัทมีคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลการกำหนดค่าตอบแทนให้มีความเหมาะสม โปร่งใส และสอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบ และผลการดำเนินงานของบริษัท โดยมีการเชื่อมโยงค่าตอบแทนกับผลการดำเนินงานทั้งด้านการเงินและด้านความยั่งยืน เพื่อส่งเสริมการบริหารงานอย่างมีความรับผิดชอบและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว

สวัสดิการสำหรับพนักงาน

นอกจากผลตอบแทนที่เป็นธรรม ยังมีสวัสดิการพื้นฐานเพื่อให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี เหมาะสมและเพียงพอกับค่าครองชีพในพื้นที่ อาทิเช่น ชุดฟอร์มพนักงาน เงินช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน สวัสดิการบ้านพัก เบี้ยเลี้ยงการปฏิบัติงานนอกสถานที่ ประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ กองทุนเงินสำรองเลี้ยงชีพ เงินเกษียณอายุ เงินช่วยเหลือพนักงานที่ประสบภัย การจัดกิจกรรม Happy Workplace และทัศนศึกษาดูงาน รวมถึงกองทุนประกันสังคม และสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายที่พึงได้รับ (GRI 401-2)

ผลการดำเนินงานด้านการดูแลพนักงาน

บริษัทฯ ได้ดำเนินการสำรวจความผาสุกและผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กรเป็นประจำทุกปี และได้สื่อสารผลการสำรวจความผาสุกและผูกพันต่อพนักงานทั่วทั้งองค์กรผ่าน อีเมล Intranet และรายงานความยั่งยืน โดยมีผลลัพธ์และเป้าหมายดังนี้

ผลการดำเนินงาน หน่วย ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
เป้าหมายความผาสุกและผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน ร้อยละ - 85 85 85 85
ความผาสุกและผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน ร้อยละ 87 88 89 89 86.79
สัดส่วนของพนักงานที่ตอบการประเมิน ร้อยละ 80 87 85 100 100

ทั้งนี้ ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ได้นำข้อคิดเห็นจากผลสำรวจความผาสุกและผูกพันของพนักงานในเรื่องที่เกี่ยวกับสวัสดิการของพนักงาน โดยได้ปรับปรุงไป 5 เรื่อง ดังนี้

1. Flexible Benefits

พนักงานสามารถเลือกรูปแบบสวัสดิการได้เอง ไม่ว่าจะเลือกเป็นประกันสุขภาพ OPD หรือ อาจจะเลือกเป็นสวัสดิการอื่นแทน เช่น ซื้อหนังสือเพื่อพัฒนาตนเอง ค่าทันตกรรม ค่าตัดแว่น สปา สมาชิกฟิตเนส หรือค่าสนับสนุนทริปท่องเที่ยว เป็นต้น

2. โครงการส่งเสริมสุขภาวะพนักงานเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี (Employee Wellness Program)

กลุ่มบริษัทศรีตรังให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของพนักงานในระยะยาว ภายใต้กรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (ESG) โดยมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสร้างความผูกพันภายในองค์กร ผ่านการออกแบบกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่เข้าถึงง่าย และสามารถมีส่วนร่วมได้ทุกกลุ่มพนักงาน

หนึ่งในโครงการสำคัญประจำปี 2025 คือ โครงการ Sri Trang Run 2025 – Get Fit, Conquer 100K ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมวิถีชีวิตที่เน้นการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและสร้างวัฒนธรรมสุขภาพที่ยั่งยืนทั่วทั้งองค์กร โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัทในเครือทั้งหมดของกลุ่มศรีตรัง

ผลการดำเนินงานของโครงการ

โครงการจัดในรูปแบบ Virtual Run เพื่อให้พนักงานสามารถออกกำลังกายได้ตามเวลาที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของแต่ละบุคคล ช่วยลดข้อจำกัดด้านสถานที่และเวลาทำงาน ส่งผลให้มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากและสะท้อนถึงความตระหนักด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในองค์กร

  • ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมรวม 1,826 คน คิดเป็น 91.3% ของเป้าหมาย
  • ผู้ที่เริ่มสะสมระยะทางรวม 1,370 คน (75.03%)
  • พนักงานจำนวน 842 คน สามารถสะสมระยะครบ 100 กิโลเมตร ภายในช่วงเวลาโครงการ
  • โครงการช่วยส่งเสริมความมีวินัยในการออกกำลังกาย และช่วยให้พนักงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในระยะยาว

นอกจากผลลัพธ์ด้านสุขภาพแล้วกิจกรรมยังช่วยสร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วมภายในองค์กร พนักงานจำนวนมากระบุว่าการวิ่งร่วมกับเพื่อนร่วมงานช่วยสร้างแรงจูงใจ ส่งเสริมความสัมพันธ์ในทีม และทำให้เกิดวัฒนธรรมด้านสุขภาวะที่ขยายวงกว้างมากขึ้นในองค์กร

Employee Wellness Program 1
Employee Wellness Program 2
Employee Wellness Program 3
Employee Wellness Program 4
การเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนและการพัฒนาบุคลากร

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นตามนโยบาย ESG ของกลุ่มศรีตรัง ซึ่งเน้นการสร้าง คุณค่าร่วมระยะยาว โดยโครงการด้านสุขภาวะต่างๆ เช่น การส่งเสริมกิจกรรมออกกำลังกาย การตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงการจัดอบรมเพื่อให้ความรู้ในเรื่องของสุขภาวะที่ดี มุ่งพัฒนาโครงการส่งเสริมสุขภาวะให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงานและบริบทด้านสุขภาพของสังคม โดยมุ่งใช้นวัตกรรมและข้อมูลสุขภาพมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของโครงการ ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างสำคัญของการดูแลสวัสดิการพนักงานเพื่อความมั่นคงและปลอดภัยขององค์กรในภาพรวม เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่บุคลากร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในอนาคต

3. โครงการดูแลสุขภาพใจ

กลุ่มบริษัทศรีตรังดำเนินโครงการ “Mental Health Check-up 2025” ระหว่างเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน 2025 ครอบคลุมโรงงานและสำนักงานทั่วประเทศ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านจิตแพทย์ เพื่อประเมินภาวะสุขภาพจิต ความผาสุกในการทำงาน และความต้องการด้านการสนับสนุนของพนักงาน จำนวนพนักงานสนใจเข้าร่วมทั้งหมด 3,197 คน

  • เพศชาย 1,525 คน / เพศหญิง 1,607 คน / LGBTQ+ 54 คน / ไม่ระบุเพศ 11 คน
  • อัตราการทำงาน 1–3 ปี เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด 39.85%
  • กลุ่มสายงานการผลิตเข้าร่วมมากที่สุด

สถานการณ์สุขภาพจิตโดยรวม

  • ผลประเมินสุขภาพจิตเฉลี่ย (Mental Well-being Score) อยู่ที่ 69.76% สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 65% สะท้อนให้เห็นว่าพนักงานส่วนใหญ่มีความผาสุกในระดับที่น่าพึงพอใจ อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าพนักงานร้อยละ 15.23 อยู่ในกลุ่มที่ต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม และอีกร้อยละ 3.60 อยู่ในระดับที่ควรพบผู้เชี่ยวชาญอย่างเร่งด่วน
  • ด้านความสามารถในการทำงานและดูแลตนเอง พนักงานกว่า 76.76% ระบุว่าตนเองไม่ได้ประสบความยากลำบากในการทำงานแต่ยังมีบางส่วนที่ให้ข้อมูลว่าตนเองประสบปัญหาในชีวิตประจำวันซึ่งส่งผลต่อคุณภาพในการทำงานและสุขภาพจิตในภาพรวม ซึ่งในกรณีนี้ได้มีการติดตามเป็นระยะและให้คำปรึกษาต่อไป

ข้อสรุปของโครงการ

โครงการประเมินสุขภาพจิตปี 2025 เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรเข้าใจสถานการณ์สุขภาพจิตของพนักงานอย่างเป็นระบบ และสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าววางแผนพัฒนาเครื่องมือสนับสนุนในระยะยาว ทั้งในด้านการพัฒนาคน การดูแลสวัสดิการ และการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมสุขภาวะของทุกคน โครงการนี้จึงถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัทศรีตรังในมิติ “Social Sustainability” และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดูแลบุคลากรอย่างรอบด้านและต่อเนื่อง

4. ยกระดับสภาพแวดล้อมในการทำงาน

บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) สาขากรุงเทพ การปรับปรุงสำนักงาน เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก มุมพักผ่อน มุมสันทนาการต่างๆ เพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานให้พนักงานมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี และมีความสุขในการทำงานมากยิ่งขึ้น (Happy Workplace)

Enhancing the Work Environment 1
Enhancing the Work Environment 2
Enhancing the Work Environment 3
Enhancing the Work Environment 4

5. เสริมสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance)

บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) สาขากรุงเทพ สนับสนุนแนวทางการทำงานแบบยืดหยุ่น เพื่อให้พนักงานสามารถจัดสรรเวลาในการทำงานให้เหมาะสมกับวิถีชีวิต โดยเปิดให้พนักงานเลือกช่วงเวลาทำงานได้ 2 ทางเลือก ได้แก่ 09.00–17.30 น. และ 09.30–18.00 น. ซึ่งช่วยส่งเสริมสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) และสนับสนุนคุณภาพชีวิตของพนักงาน

ทั้งนี้ บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานและครอบครัว ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยสนับสนุนให้พนักงานสามารถดูแลครอบครัวได้อย่างเต็มที่ ผ่านสวัสดิการด้านครอบครัว เช่น

  • การให้สิทธิลาคลอดแบบได้รับค่าจ้างแก่ผู้ดูแลหลัก เป็นระยะเวลา 120 วัน หากบุตรป่วยเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน มีความผิดปกติ หรือภาวะพิการ สามารถลาต่อเนื่องได้ ไม่เกิน 15 วัน โดยแสดงใบรับรองแพทย์ และได้รับค่าจ้าง 50% ของค่าจ้างในวันทำงาน
  • การให้สิทธิลาบุตรแบบได้รับค่าจ้างแก่ผู้ดูแลรอง เป็นระยะเวลาไม่เกิน 15 วันต่อครรภ์ โดยใช้สิทธิได้ก่อนหรือหลังคลอด แต่ต้องใช้ภายใน 90 วันนับจากวันคลอด และได้รับค่าจ้างสูงสุด 15 วัน ตามอัตราค่าจ้างปกติ

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ไม่มีข้อพิพาทด้านแรงงานที่สำคัญในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา (GRI 419-1)

ประกาศเกียรติคุณและการได้รับการรับรอง

• ILO มาตรฐานองค์การแรงงานระหว่างประเทศ

“บมจ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี สาขาพิษณุโลก "ได้ผ่านเกณฑ์การประเมิน ILO 11 Indicators of Forced Labor" ภายใต้ Project Pilot Factory for Human Rights Standard ตามมาตรฐานองค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ International Labour Organization (ILO) โดยสหประชาชาติ (UN) ตอกย้ำความเชื่อมั่นในระดับโลกและภาพลักษณ์ที่ดีต่ออุตสาหกรรมยางของไทย

ILO International Labour Organization Standards
• ประกาศเกียรติคุณ Good Labour Practice - GLP จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

บริษัท รับเบอร์แลนด์โปรดักส์ จำกัด สาขาบุรีรัมย์

Good Labour Practice (GLP) Recognition from the Department of Labour Protection and Welfare

การบริหารค่าตอบแทน

บริษัทฯ บริหารและกำหนดค่าตอบแทนของพนักงานในแต่ละระดับอย่างเหมาะสม โดยการประเมินผลการปฏิบัติงาน (Type of Performance Appraisal) และในแต่ละปีบริษัทฯ ได้ดำเนินการสำรวจค่าตอบแทนและสวัสดิการ เพื่อเทียบเคียงกับอุตสาหกรรมที่ใกล้เคียงกัน รวมถึงสภาวะแวดล้อมภายนอก เพื่อนำมาทบทวนและปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำหนดค่าตอบแทนให้เหมาะสม อีกทั้งได้พิจารณาบริหารค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการและความคาดหวังของพนักงานรุ่นใหม่ ทั้งนี้การบริหารค่าตอบแทนและการเลื่อนตำแหน่ง จะไม่คำนึงถึงความแตกต่างเกี่ยวกับเพศของพนักงาน แต่จะพิจารณาจากความสามารถและผลการปฏิบัติงานของพนักงานเป็นสำคัญ

การประเมินผลการปฏิบัติงาน (Type of Performance Appraisal)

บริษัทฯ นำระบบการบริหารผลงาน (Performance Management System: PMS) มาใช้ โดยจัดตั้งคณะทำงานระบบการบริหารผลงาน เพื่อทำหน้าที่ในการพิจารณา และกำหนดแนวทางในการบริหารผลงาน มีการกำหนดดัชนีชี้วัดผลการปฏิบัติงาน (Key Performance Indicators: KPIs) ในแต่ละหน่วยธุรกิจ เพื่อกำหนดเป้าหมายการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องและเป็นไปในแนวทางเดียวกันทั่วทั้งองค์กร และในปี 2568 พนักงานร้อยละ 100 ได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีตาม KPIs ของแต่ละหน่วยงาน (GRI 404-3)

หลักการบริหารผลิตภาพ

บริษัทฯ มีหน่วยงานโดยเฉพาะที่ดูแลในส่วนของบริหารค่าตอบแทนที่ทำงานควบคู่กับการบริหารผลิตภาพ (Productivity) เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตโดยการใช้แรงงานอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการจ่ายค่าตอบแทนอย่างเหมาะสมให้กับพนักงาน

หลักการบริหารผลิตภาพที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญ คือ การลดงานที่ไม่จำเป็นหรือสูญเปล่า ลดความซ้ำซ้อนหรือความไม่มีประสิทธิภาพ และลดความสูญเสียทุกอย่างในกระบวนการทำงาน รวมถึงส่งเสริมการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ในการทำงาน ทั้งนี้สิ่งที่เป็นจุดแข็งในเรื่องการบริหารผลิตภาพ ของบริษัทฯ ประกอบด้วย

  1. การบริหารผลิตภาพที่ดีที่สุดอยู่เสมอ จากการเปรียบเทียบโรงงานต่างๆในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน เพื่อหาการบริหารผลิตภาพที่ดีที่สุด (Benchmarking/Best Practice) ตลอดจนการกำหนดเป้าหมายด้านผลิตภาพที่ท้าทาย จึงทำให้มีการเร่งพัฒนาศักยภาพและเป็นการสร้างมาตรฐานของการทำงานให้สูงขึ้นตลอดเวลา
  2. การเพิ่มศักยภาพและทักษะของพนักงาน เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้หลากหลายและได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม อีกทั้งยังเป็นการลดผลกระทบจากการลาออกของพนักงาน โดยบริษัทฯ มีพนักงานที่สามารถมาทดแทนตำแหน่งของพนักงานที่ลาออกได้ตลอดเวลา
  3. การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต โดยบริษัทฯ มีโครงการในการสนับสนุนการวิจัยพัฒนาทางด้านเครื่องจักรเพื่อมาทดแทนแรงงานหรือมาช่วยลดภาระงานของพนักงานอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะระบบ Automation/Robot ที่จะเข้ามาทดแทนจุดที่เป็นงานหนัก หรือมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงาน ตลอดจนช่วยทำให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตในการทำงานที่ดีขึ้น
ผลการดำเนินงานด้านการบริหารค่าตอบแทน
อัตราส่วนค่าตอบแทนเฉลี่ยหญิงต่อชายของพนักงานแต่ละระดับ ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
อัตราส่วนค่าตอบแทนเฉพาะเงินเดือน อัตราส่วนค่าตอบแทนรวมเงินเดือนและโบนัส อัตราส่วนค่าตอบแทนเฉพาะเงินเดือน อัตราส่วนค่าตอบแทนรวมเงินเดือนและโบนัส อัตราส่วนค่าตอบแทนเฉพาะเงินเดือน อัตราส่วนค่าตอบแทนรวมเงินเดือนและโบนัส อัตราส่วนค่าตอบแทนเฉพาะเงินเดือน อัตราส่วนค่าตอบแทนรวมเงินเดือนและโบนัส
ผู้จัดการขึ้นไป (L7-L12) 0.92 0.82 0.89 0.79 1.06 1.14 1.15 1.21
พนักงานระดับบริหาร (L5-L6) 0.98 0.96 1.05 1.04 0.89 0.88 1.05 1.00
พนักงานระดับปฏิบัติการ (L3-L4) 0.98 1.04 1.03 1.04 1.08 1.09 0.94 0.98
พนักงานระดับปฏิบัติการ (L1-L2) 0.96 - 0.95 - 1.03 - 1.02 -

การพัฒนาทักษะพนักงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากร โดยบริษัทฯ มีนโยบายการพัฒนาบุคลากรและแผนการสืบทอดตำแหน่ง ที่กำหนดแนวปฏิบัติด้านการพัฒนาทักษะ ความรู้ทั่วไป และความรู้เฉพาะด้านในตำแหน่งหน้าที่ที่รับผิดชอบ ควบคู่ไปกับการสร้างจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้กับพนักงาน

บริษัทฯ กำหนดให้มีแผนพัฒนาสายอาชีพ (Career Development Plan) และการพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan) สำหรับพนักงาน โดยกำหนดให้มีหลักสูตรที่เสริมทักษะการทำงาน เช่น ทักษะความเป็นผู้นำ การบริหารจัดการความเสี่ยง การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และแนวความคิดเชิงอนุรักษ์ในเรื่อง “อุตสาหกรรมยางสีเขียว” เป็นต้น รวมถึงกำหนดหลักสูตรฝึกอบรมให้ตรงกับหน้าที่ที่รับผิดชอบ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ ความสามารถ ตลอดจนทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานทั้งปัจจุบันและในอนาคตให้แก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยการอบรมจะเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจัดอบรม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับบุคลากรในการเรียนรู้และฝึกอบรม เช่น การฝึกอบรมในรูปแบบออนไลน์ (Online training) การเรียนรู้ผ่านสื่อวีดีทัศน์ (Video learning) การเรียนรู้ด้วยตัวเอง (Self-Learning) ผ่านระบบ @Core ภายในของบริษัทฯ เพื่อปรับให้เข้ากับยุคโควิด รวมถึงการสอนงานขณะปฏิบัติงาน (On-the-Job Training) นอกจากการมุ่งการพัฒนาความรู้และทักษะการทำงานของพนักงานแล้วนั้น บริษัทฯ ยังได้มุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกและพฤติกรรมที่ดีในอุตสาหกรรมยางสีเขียวควบคู่ไปด้วย ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ใช้ระบบในการบันทึกจัดเก็บประวัติการฝึกอบรมของพนักงาน เพื่อการบริหารจัดการข้อมูลการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

ในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานในองค์กร เพื่อความเป็นเลิศและยั่งยืนของธุรกิจ ควบคู่ไปกับการสร้างคนดีและคนเก่งสู่สังคม บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางในการพัฒนาพนักงาน ดังนี้

  1. การอบรมหน้าที่เบื้องต้นของพนักงาน ตามแผนพัฒนาบุคลากร เนื้อหาเกี่ยวภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบ เอกสารการทำงานตามมาตรฐานระบบคุณภาพ เป็นการอบรมและทบทวนความรู้ขั้นพื้นฐาน (In-house Training & On the Job Training) ในทุกตำแหน่งงาน เพื่อให้พนักงานทุกคนได้มีความรู้ที่จำเป็นสำหรับภาระหน้าที่งาน และพัฒนาการเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้ทบทวนความรู้แบบ Self-Learning ผ่านระบบสารสนเทศ (ระบบ @Core) โดยมีข้อมูลให้พนักงานศึกษาเรียนรู้และทบทวนได้อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมีข้อสอบในการวัดผลการเรียนรู้
  2. การอบรมตามข้อกำหนดของกฎหมาย เพื่อให้พนักงานมีความปลอดภัยในการทำงาน เน้นทางด้านการปลูกฝังจิตสำนึกทางด้านพฤติกรรมความปลอดภัย และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงาน เช่น หลักสูตรอับอากาศ หลักสูตรการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่น หลักสูตรการขับขี่รถ Forklift (รถยก/โฟร์คลิฟท์/ฟอร์คลิฟท์) อย่างถูกต้องและปลอดภัย เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ในระดับต่าง ๆ คณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) เป็นต้น
  3. การอบรมผู้สืบทอดตำแหน่งงาน (Successor) สำคัญ ๆ เพื่อพัฒนาศักยภาพของพนักงานให้พร้อมในการดำรงตำแหน่งงาน
  4. การอบรมความรู้ที่จำเป็นในการพัฒนาทักษะการทำงาน พัฒนาภาวะผู้นำและทักษะการบริหารที่จำเป็นต่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ให้สอดคล้องกับนโยบาย และวิสัยทัศน์ของบริษัท เช่น ทักษะความรู้ความชำนาญในการใช้เทคโนโลยีในการทำงานยุคโควิด การเพิ่มทักษะความรู้ด้านวิชาชีพเป็นต้น เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้การส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของพนักงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการทำงานในอนาคต ทั้งนี้ โดยเป็นไปตามแนวทางที่บริษัทเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อบริษัทเป็นสำคัญด้วย
  5. การอบรมปฐมนิเทศพนักงานใหม่ เรื่องการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance) โดยจัดอบรมให้พนักงานใหม่ทุกคน ประกอบด้วยหัวข้อที่เกี่ยวข้อง เช่น นโยบายการกำกับดูแลกิจการจรรยาบรรณธุรกิจ นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน นโยบายการรับเรื่องร้องเรียน นโยบายเกี่ยวกับการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
  6. การอบรมหลักสูตร การกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance) เพื่อให้พนักงานทุกคนในองค์กร มีความรู้ความเข้าใจการดำเนินกิจการภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดีขององค์กร และสามารถปฏิบัติได้ถูกต้องสอดคล้องกับนโยบายการกำกับดูแลกิจการ และจรรยาบรรณธุรกิจ รวมถึงสามารถปฏิบัติตนในเรื่องการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันและการปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ข้อร้องเรียน การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และการใช้ข้อมูลภายใน ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม โดยจัดให้มีการอบรมและทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ภายในช่วงไตรมาส 4 ของทุกปี
  7. ส่งเสริมการเรียนรู้ภายในองค์กร “STA Share & Learn” บริษัทฯ เชื่อมั่นในองค์ความรู้เฉพาะทางที่มีในกลุ่มบริษัทศรีตรังฯ โดยสร้างวิทยากรภายในองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อมาถ่ายทอดความรู้ และร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ในการดึงศักยภาพของพนักงานออกมาใช้งาน ซึ่งวิทยากรภายในมีหลากหลายสาขา อาทิ วิทยากรระบบคุณภาพ วิทยากรระบบสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย วิทยากรปั้นจั่น วิทยากรรถยก เป็นต้น
  8. การพัฒนาความรู้ความสามารถพนักงาน ผ่านงานกิจกรรมพัฒนา (Activity Development) เช่น กิจกรรม 5ส, Quality Control Circle (QCC), Kaizen, One Point Lesson (OPL) เพื่อส่งเสริมให้พนักงานได้มีส่วนรับผิดชอบในการพัฒนา และปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยประหยัดต้นทุนในกระบวนการผลิต ช่วยให้ขั้นตอนการทำงานง่ายขึ้น มีความสะดวกมากขึ้น โดยอาศัยความรู้ ทักษะในการทำงาน และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ปรับปรุงงาน
  9. วัฒนธรรมศรีตรัง (STA Culture) เป็นการปลูกฝังทัศนคติ และการทำงานตามวิถีค่านิยมองค์กรของศรีตรัง (STA Core Value) สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาร่วมงานกับกลุ่มบริษัทศรีตรังฯ และเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อนๆ พนักงานใหม่ ที่อยู่ต่างสถานที่ ต่างวัฒนธรรม ได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน
  10. ส่งเสริมพนักงานให้ไปดูงานในธุรกิจที่หลากหลายของกลุ่มบริษัทศรีตรังฯ รวมทั้งศึกษาดูงานอื่นๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ นำความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาต่อยอดในงานที่ตนเองรับผิดชอบหรือแลกเปลี่ยนความเห็นกับหน่วยงานอื่นๆ
  11. การสร้างเวทีในการแสดงผลงานความสำเร็จในองค์กร "Activity Prize" และ "STA Champion"เพื่อให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการแสดงผลงาน ความสามารถ นำมาซึ่งความภาคภูมิใจ และการนำผลงานมาแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ซึ่งจะเป็นทางลัดในการนำไปพัฒนาต่อยอด รวมทั้งการขยายผล ที่สำคัญได้ฝึกบุคลากรให้เรียนรู้แนวทางในการเป็นแชมป์ และแนวทางในการรักษาแชมป์ ซึ่งต้องปรับปรุงวิธีการทำงานอยู่ตลอดเวลา
ผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาพนักงาน
ข้อมูลด้านการฝึกอบรมพนักงาน หน่วย ปี 2568
เป้าหมาย : จำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมเฉลี่ยต่อปี ชม./คน/ปี 35
ผลการดำเนินงาน : จำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมเฉลี่ยต่อปี (GRI 404-1) ชม./คน/ปี 147.48
จำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมทั้งหมด ชม. 871,619
จำแนกตามเพศ
  • เพศชาย
ชม. 577,503
  • เพศหญิง
ชม. 294,116
จำแนกตามช่วงอายุ
  • อายุน้อยกว่า 30 ปี
ชม. 193,917
  • ระหว่าง 30-50 ปี
ชม. 601,997
  • อายุสุงกว่า 50 ปีขึ้นไป
ชม. 75,705
จำแนกตามระดับพนักงาน
  • ระดับปฏิบัติการ: ระดับ 1-4
ชม. 743,609
  • ระดับบริหาร (กลาง): ระดับ 5-6
ชม. 114,039
  • ระดับบริหาร (สูง): ระดับ 7-10
ชม. 13,851
  • ระดับบริหาร (สูง): ระดับ 11
ชม. 121
จำแนกตามทักษะ
  • ด้านการบริหาร (Administration)
ชม. 28,681
  • ด้านการผลิต (Manufacturing)
ชม. 12,791
  • ด้านการฝึกอบรมงาน (Training)
ชม. 360,308
  • ด้านการบริการ (Service)
ชม. 70,357
  • ด้านเทคนิค (Technical)
ชม. 74,216
  • ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental)
ชม. 50,540
  • ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Occupational Safety and Health)
ชม. 68,310
  • ด้านคุณภาพ (Quality)
ชม. 41,961
  • ด้าน Artificial Intelligence
ชม. 164,456
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม บาท 12,489,491.41
ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานเฉลี่ยต่อคน บาท/คน/ปี 2,113.2811
มูลค่าทางเศรษฐกิจและประสิทธิภาพของการลงทุนในด้านการพัฒนาพนักงาน อัตราส่วน 0.76
พนักงานรายเดือนที่ปรับระดับพนักงาน ร้อยละ 3.71%

โครงการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะพนักงานสำคัญ

หลักสูตร Empowering Senior Leaders to Drive AI Transformation and Social Impact
วันที่ 09 มกราคม 2568

หลักสูตรถูกออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเสริมศักยภาพให้กับผู้บริหารระดับสูงของศรีตรัง ในการนำการเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ไปสู่การปฏิบัติ โดยเนื้อหาจะผสมผสานระหว่างการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมกับการประยุกต์ใช้จริงที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมยาง ปิดท้ายด้วยการสะท้อนความคิดและวางแผนการดำเนินงาน เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีความหมาย

เป้าหมายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ

  • เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเสริมความรู้ เครื่องมือ และทักษะความเป็นผู้นำให้กับผู้จัดการระดับสูงของศรีตรัง
  • เพื่อนำการเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนโดย AI มาใช้ เซสชั่นต่าง ๆ
  • ผสมผสานการเรียนรู้แบบโต้ตอบกับการใช้งานจริงที่ปรับให้เหมาะกับอุตสาหกรรมยาง

จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ

ทั้งหมด 156 ท่าน

ผลประโยชน์ที่พนักงานได้รับ

  • ผู้เข้าร่วมจะได้รับแนวทางในการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง สร้างแรงบันดาลใจให้ทีมงาน และนำ AI มาใช้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร
  • พนักงานจะเข้าใจการประยุกต์ใช้ AI ในอุตสาหกรรมยาง พร้อมกรอบแนวคิดและเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถวางแผนและดำเนินโครงการ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับ

  • บริษัทฯ จะมีผู้ที่มีความรู้และทักษะในการวางแผนกลยุทธ์ด้าน AI ที่สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กรและแนวทางความยั่งยืน สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างมั่นคง
หลักสูตร Strategic AI Leadership, Visionary Roadmap, and Leading Change for Sri Trang’s Future
วันที่ 10 มกราคม 2568

หลักสูตรวันนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้นำระดับสูงของศรีตรังในการขับเคลื่อนการนำ AI มาใช้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และแนวทางด้านความยั่งยืนขององค์กร ผ่านกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้วิธีการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลง สร้างวิสัยทัศน์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล กำหนดลำดับความสำคัญของโครงการ AI ที่มีผลกระทบสูง และเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ

  • เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้นำระดับสูงของ Sri Trang ขับเคลื่อนการนำ AI มาใช้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และแผนริเริ่มเพื่อความยั่งยืนขององค์กร
  • ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้วิธีคาดการณ์การเปลี่ยนแปลง สร้างวิสัยทัศน์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล กำหนดลำดับความสำคัญของแผนริเริ่ม AI ที่มีผลกระทบ และนำการเปลี่ยนแปลงที่สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิผล

จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ

ทั้งหมด 35 ท่าน

ผลประโยชน์ที่พนักงานได้รับ

  • ผู้เข้าร่วมจะได้รับความรู้ ทักษะ และกรอบแนวคิดในการวางแผนและขับเคลื่อนการใช้ AI ให้สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และความยั่งยืนขององค์กร พร้อมเสริมทักษะความเป็นผู้นำในการบริหารการเปลี่ยนแปลงและสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรม

ประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับ

  • บริษัทฯ จะได้ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และความสามารถในการวางแผนและขับเคลื่อนการใช้ AI ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กรและเป้าหมายด้านความยั่งยืน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างนวัตกรรม และรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างมั่นคง
หลักสูตร Building Scalable AI Solutions with Robust Data Governance and Leadership for Change
วันที่ 10 มกราคม 2568

หลักสูตรมีเป้าหมายเพื่อเสริมศักยภาพให้กับทีมเทคนิคของศรีตรัง ด้วยความรู้ เครื่องมือ และทักษะความเป็นผู้นำในการพัฒนาโซลูชัน AI ที่ทรงพลัง ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ AI ที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมยาง แนวทางการบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และโครงสร้างข้อมูลที่สามารถขยายขนาดได้ นอกจากนี้ โปรแกรมยังเน้นบทบาทของผู้นำในการบริหารการเปลี่ยนแปลง และการสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคได้อย่างสำเร็จ

เป้าหมายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ

  • เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับทีมงานด้านเทคนิคของศรีตรังด้วยความรู้ เครื่องมือ และทักษะความเป็นผู้นำในการสร้างโซลูชัน AI ที่มีประสิทธิภาพ
  • ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับแอปพลิเคชัน AI ที่ปรับให้เหมาะกับอุตสาหกรรมยาง แนวทางการกำกับดูแลข้อมูลที่แข็งแกร่ง และกรอบข้อมูลที่ปรับขนาดได้

จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ

ทั้งหมด 34 ท่าน

ผลประโยชน์ที่พนักงานได้รับ

  • ผู้เข้าร่วมจะเข้าใจการนำ AI ไปใช้ในกระบวนการผลิตและSupply Chain พร้อมเรียนรู้การวางโครงสร้างข้อมูลที่สามารถขยายขนาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ผู้เข้าร่วมจะสามารถนำทีมผ่านการเปลี่ยนแปลง สร้างแรงบันดาลใจ และจัดการกับความท้าทายในการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้

ประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับ

  • บริษัทฯ จะมีทีมเทคนิคที่สามารถออกแบบและดำเนินโครงการ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์และ ESG
  • การนำ AI และระบบข้อมูลที่มีการกำกับดูแลมาใช้ จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพ และสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจในระยะยาว
หลักสูตร DIGITAL TRANSFORMATION (DX) : The Path to Organizational Excellence
วันที่ 13 มีนาคม 2568

ในปัจจุบัน โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกมิติของชีวิตทั้งการทำงาน การศึกษา การใช้ชีวิต ส่งผลให้องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงตัวเองให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้กับการดำเนินงานขององค์กร Digital Transformation เป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานขององค์กรโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขัน กระบวนการแปลงสู่ดิจิทัลนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในองค์กร โดยเฉพาะบุคลากร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงChange Management เป็นการช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวและรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างราบรื่น การจัดการการเปลี่ยนแปลงที่ดีจะช่วยให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายของการแปลงสู่ดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เป้าหมายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ

  • เพื่อให้ผู้บริหารและนักปฏิบัติมี Digital Mindset
  • เพื่อเรียนรู้เข้าใจและเสริมสร้างทักษะด้าน Digital Literacy and Digital Skills
  • เพื่อเรียนรู้และเข้าใจ Digital Transformation Framework
  • สามารถกำหนด Digital Transformation Strategy แผนปฏิบัติการและแผนงบประมาณที่เหมาะสม และคุ้มค่าการลงทุนในการปรับตัวสู่องค์กรด้านดิจิทัล
  • สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในองค์กร และในกระบวนการทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ
  • เพื่อให้ผู้เข้าอบรมให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูลในการขับเคลื่อนองค์กร บูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลจัดการข้อมูล ได้ถูกต้องครบถ้วนเป็นปัจจุบันรวมถึงมีความมั่นคงปลอดภัย

จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ

ระดับผู้บริหารและผู้จัดการโรงงาน

  1. คุณเฉลิมภพ แก่นจัน กรรมการบริหาร และ COO
  2. คุณภัทราวุธ พาณิชย์กุล กรรมการบริหาร และ CFO
  3. คุณเชษฐา นาคทาย ผู้จัดการสายงานผลิต LTX และ RSS
  4. คุณพนัส คงรื่น ผู้จัดการสายงานผลิต STR และ PE
  5. คุณอนุวัฒน์ จิมจวน ผู้จัดการโรงงาน STA-KD
  6. คุณรณชัย ศรีสุขแก้ว ผู้จัดการโรงงาน STA-CP
  7. คุณอภิเชต เดชพิชัย ผู้จัดการโรงงาน STA-SK

ผลประโยชน์ที่พนักงานได้รับ

  • พนักงานได้รับความรู้ ทักษะ และแนวทางในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปปรับใช้ในงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล

ประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับ

  • องค์กรสามารถกำหนดกลยุทธ์และดำเนินการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการพัฒนาอย่างยั่งยืน
หลักสูตร The 7 Habits of Highly Effective People
วันที่ 8-9 เมษายน 2568
วันที่ 3-4 มิถุนายน 2568
The 7 Habits of Highly Effective People
The 7 Habits of Highly Effective People
The 7 Habits of Highly Effective People
The 7 Habits of Highly Effective People
The 7 Habits of Highly Effective People
The 7 Habits of Highly Effective People
The 7 Habits of Highly Effective People
The 7 Habits of Highly Effective People

ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านเทคโนโลยี การทำงาน และการใช้ชีวิต การพัฒนาตนเองและการบริหารทีมอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบุคลากรทุกระดับ หลักสูตร The 7 Habits of Highly Effective People เป็นหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ซึ่งช่วยเสริมสร้างแนวคิด ทัศนคติ และพฤติกรรมที่นำไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงาน หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะด้านการคิดเชิงบวก การวางแผน การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการดูแลตนเองอย่างสมดุล ผ่าน 7 อุปนิสัยหลักที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและการทำงาน เพื่อสร้างบุคลากรที่มีประสิทธิภาพและเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

เป้าหมายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ

  • เพื่อพัฒนาทัศนคติและพฤติกรรมที่ส่งเสริมความสำเร็จอย่างยั่งยืน
  • เพื่อเสริมสร้างทักษะการบริหารตนเอง การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ
  • เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำหลักการ 7 อุปนิสัยไปปรับใช้ในการทำงานและชีวิตประจำวัน

จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ

  • รุ่น 3 ทั้งหมด 23 ท่าน
  • รุ่น 4 ทั้งหมด 33 ท่าน

ผลประโยชน์ที่พนักงานได้รับ

  • พนักงานจะได้รับแนวคิดและเครื่องมือในการพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบ สามารถบริหารเวลา วางแผนงาน สื่อสาร และทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสร้างสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน

ประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับ

  • องค์กรจะมีบุคลากรที่มีความรับผิดชอบ มีทัศนคติเชิงบวก และสามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งและสามารถขับเคลื่อนเป้าหมายขององค์กรได้อย่างยั่งยืน
หลักสูตร One Sri Trang Town Hall
วันที่ 05 มิถุนายน 2568

ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคม กลุ่มบริษัทศรีตรังได้ดำเนินการปรับตัวและพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

กิจกรรม One Sri Trang Town Hall จึงจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีในการสื่อสารทิศทางองค์กร การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และกลยุทธ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาองค์กรในอนาคต โดยเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการรับฟังแนวคิดจากผู้บริหารระดับสูง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ และสร้างความเข้าใจร่วมกันในเป้าหมายขององค์กร

เป้าหมายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ

  • เพื่อสื่อสารทิศทางองค์กร กลยุทธ์ และการเปลี่ยนแปลงสำคัญให้พนักงานรับทราบอย่างทั่วถึง
  • เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้ในการพัฒนาองค์กร
  • เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างทีมงานจากหลากหลายหน่วยงาน

จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ

ทั้งหมด 503 ท่าน

ผลประโยชน์ที่พนักงานได้รับ

  • พนักงานได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับทิศทางองค์กร การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี และแนวทางการพัฒนาตนเอง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กร

ประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับ

  • สร้างความเข้าใจร่วมกันในระดับองค์กร เสริมสร้างความผูกพันของพนักงาน และเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านดิจิทัลและ AI อย่างมีประสิทธิภาพ
หลักสูตร AI-Bullet Train Strategy 2025 Course: From Idea to Action
วันที่ 14 สิงหาคม 2568

กลุ่มบริษัทศรีตรัง ได้เริ่มนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในองค์กรอย่างจริงจัง ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการวางแผนการใช้ AI ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละแผนกหรือหน่วยงาน โดยเน้นการวิเคราะห์ กำหนดขอบเขตการใช้งาน และจัดทำแผนปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรม ผู้เข้าร่วมจะมีโอกาสนำเสนอแนวคิด แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และพัฒนาแนวคิดเหล่านั้นให้สามารถนำไปใช้ได้จริง

เป้าหมายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ

  • เพื่อให้เข้าใจแนวทางการประยุกต์ใช้ AI ในบริบทของงานตนเอง
  • เพื่อส่งเสริมให้เกิดการคิดวิเคราะห์ และวางแผนการใช้งาน AI อย่างเป็นระบบ
  • เพื่อให้แต่ละฝ่ายสามารถกำหนดขอบเขตการใช้งานและแนวทางการดำเนินงานด้าน AI ได้อย่างเหมาะสม
  • เพื่อพัฒนาทักษะการนำเสนอแผนงานด้าน AI ต่อผู้บริหารหรือทีมงานในองค์กร

จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ

ทั้งหมด 152 ท่าน

ผลประโยชน์ที่พนักงานได้รับ

  • ผู้เข้าร่วมสามารถพัฒนาแนวคิดและแผนการใช้ AI ในบริบทของตนเอง
  • แต่ละหน่วยงานมีแผนปฏิบัติการเบื้องต้นที่สามารถนำไปพัฒนาต่อได้

ประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับ

  • องค์กรมีความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับทิศทางการใช้ AI เพื่อการพัฒนา
หลักสูตร Quality Day : Quality drives sustainability
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568

กิจกรรม Quality Day : Quality Drives Sustainability จัดขึ้นเพื่อสื่อสารนโยบายและทิศทางด้านคุณภาพขององค์กรในปี 2568 พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมกลุ่ม การแลกเปลี่ยนมุมมอง และการเรียนรู้จากผลการดำเนินงานด้านคุณภาพและสิ่งแวดล้อมของแต่ละโรงงานในกลุ่มศรีตรัง

นอกจากนี้ยังมีการจัดเวที Quality Talk เพื่อแบ่งปันแนวทางการป้องกันปัญหาคุณภาพ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันและสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ

  • เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความสำคัญระบบคุรภาพ การผลิตสินค้าคุณภาพตามมาตรฐานขององค์กร
  • ส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
  • เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในนโยบายคุณภาพ แผนการดำเนินงานที่สำคัญ ให้ทุกคนมีเป้าหมายและทิศทางการดำเนินงานเดียวกัน

จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ

ทั้งหมด 1,210 ท่าน

ผลประโยชน์ที่พนักงานได้รับ

  • พนักงานจะมีความเข้าใจในนโยบายและเป้าหมายด้านคุณภาพขององค์กร สามารถนำแนวคิดและแนวทางที่ได้รับไปปรับใช้ในการทำงาน พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องในระดับทีมและหน่วยงาน

ประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับ

  • องค์กรจะมีบุคลากรที่ตระหนักถึงความสำคัญของคุณภาพและสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้สามารถรักษามาตรฐานการผลิต ลดปัญหาคุณภาพ และขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ใน ปี 2025 องค์กรมีนโยบายในการพัฒนาองค์ความรู้ของพนักงานในด้าน AI และมีหลักสูตรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องดังนี้

  • e-Form UAT and Brush up (iCube)
  • Copilot for Microsoft 365
  • Power BI
  • Empowering Senior Leaders to Drive AI Transformation and Social Impact
  • Data Platform for BU Champion
  • Factory of The Future Introduction
  • Generative AI for Business Users
  • 2025 Esri Developer&Technology Summit
  • Generative AI and RAG
  • Transform Your Smart Phone into Professional Field Survey Equipment with ArcGIS
  • DIGITAL TRANSFORMATION (DX): The Path to Organizational Excellence
  • Governance and Risk Management for Using AI (Organized by the Stock Exchange of Thailand)
  • Using AI to Solve Engineering Problems
  • Lead with Insight: Power BI for Forward-Thinking Leaders
  • Robotics Summit 2025
  • COMPUTEX 2025 Discover AI NEXT and Future Tech Trends (Taiwan)
  • Super AI (Singapore)
  • The 27th China Hi-Tech Fair (China-Shenzhen)
  • DigiTech ASEAN Thailand 2025-Digital Solutions for Business
  • Digital Transformation & AI Foundation
  • Digital Transformation Workshop
โครงการสร้างศักยภาพพนักงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมให้พนักงานเข้าร่วมกิจกรรมศึกษาดูงานนอกสถานที่ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) รวมถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากหน่วยงานภายนอก ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ส่งพนักงานเพื่อไปศึกษาดูงานในสถานที่ต่างๆ อาทิเช่น

  • ประเทศไต้หวัน หลักสูตร COMPUTEX 2025: Discover AI NEXT and Future Tech Trends
  • ประเทศสิงคโปร์ หลักสูตร SuperAI
  • ประเทศจีน หลักสูตร BESS in China Trip
  • ประเทศจีน หลักสูตร The 27th China Hi-Tech Fair
  • ประเทศอินเดีย World Teak Conference ครั้งที่ 5
  • ประเทศมาเลเซีย และท่าเรือสงขลา การศึกษาดูงานด้านกระบวนการขนถ่ายตู้สินค้าระหว่างท่าเรือกับเรือสินค้า

การศึกษาดูงานดังกล่าวช่วยเสริมสร้างทักษะ ความรู้ และมุมมองใหม่ๆ ให้แก่พนักงาน สามารถนำมาปรับใช้ในการพัฒนากระบวนการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและเสริมสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ให้กับพนักงานทุกระดับ

การพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งงาน

แผนการสืบทอดตำแหน่งงานสำคัญถือเป็นกระบวนการในการเตรียมความพร้อมในเชิงรุก สำหรับบุคลากรในตำแหน่งหัวหน้างานขึ้นไป เพื่อสืบทอดตำแหน่งงานต่อจากผู้จัดการหรือผู้บริหารท่านเดิมที่ลาออก หรือเกษียณอายุ หรือเข้ารับตำแหน่งใหม่ที่มีขึ้นเพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิต ขยายโรงงาน และ/หรือ กิจการ ซึ่งถือเป็นการวางแผนความก้าวหน้าในอาชีพของพนักงาน และเพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในตำแหน่งงานสำคัญ (Key Positions) ของบริษัทฯ ในอนาคต โดยบริษัทฯ มีหลักเกณฑ์พิจารณาคัดเลือกผู้สืบทอดตำแหน่ง ดังนี้

  1. ผลการประเมินการปฏิบัติงาน (Job Performance Appraisal) พิจารณาจากผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาของพนักงานผู้สืบทอดตำแหน่ง
  2. การประเมินศักยภาพ (Potential Appraisal) พิจารณาจากศักยภาพความเป็นผู้นำ ทัศนคติ และพฤติกรรมว่าสอดคล้องกับค่านิยมหลักขององค์กร (Core Value) ซึ่งจะมีผลต่อการทำงานในตำแหน่งใหม่ในอนาคตหรือไม่

พนักงานที่ผ่านการประเมินเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งจะถือเป็นพนักงานที่มีศักยภาพสูง (High Potential Talent) และจะได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมเพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นผู้นำของหน่วยงานต่อไปในอนาคต โดยเมื่อมีตำแหน่งงานว่างบริษัทฯ จะพิจารณาพนักงานที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สืบทอดตำแหน่งก่อนเป็นลำดับแรก หากไม่มีพนักงานผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมบริษัทฯ จึงจะทำการสรรหาจากบุคคลภายนอกต่อไป ทั้งนี้บริษัทฯ จะมีการทบทวนรายชื่อผู้สืบทอดตำแหน่งเป็นประจำทุก 2 ปี

บริษัทฯ กำหนดให้มีหลักสูตรพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งงาน รวมทั้งสิ้น 20 หลักสูตร ดังนี้

  1. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสังคมดิจิทัล
  2. ความคิดสร้างสรรค์และการเข้าใจนวัตกรรม
  3. เทคนิคการไกล่เกลี่ยเพื่อความร่วมมือในองค์กร
  4. ความสามารถในการตัดสินใจ
  5. ทักษะการคิดวิเคราะห์ ความกระหายที่จะเรียนรู้เพื่อการเติบโต
  6. ทักษะความเป็นผู้นำ
  7. ความเข้าใจและยอมรับความหลากหลายทางสังคม
  8. ความเข้าใจเทคโนโลยีในอนาคต การปรับตัวในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
  9. อ่านงบการเงินเป็น เห็นผลงานอยู่ข้างหน้า
  10. ความรู้ทั่วไปและความสำคัญของการนำเสนอ การเตรียมตัวนำเสนอข้อมูล
  11. การเตรียมเนื้อหาที่จะนำเสนอ การวิเคราะห์ข้อมูล
  12. การออกแบบการนำเสนอข้อมูล
  13. เทคนิคการนำเสนอข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และเทคนิคการนำเสนอด้วย Power Point
  14. การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคด้วย Secondary Data และ Primary Data
  15. การสร้าง Customer Centric Mindset ในการทำงาน
  16. การบริหารความเสี่ยง
  17. กลยุทธ์การจัดการธุรกิจขั้นเทพ
  18. กลยุทธ์การจัดการโลจิสติกส์และ Supply Chain
  19. ความฉลาดในการบริหารจัดการอารมณ์
  20. ภาวะผู้นำยุค Digital

ทั้งนี้หลักสูตรการพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งงานอาจมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์และกลยุทธ์ของบริษัทฯ และเพื่อความเหมาะสมกับกลุ่มผู้สืบทอดตำแหน่งงาน นอกจากนี้บริษัทฯ กำหนดให้มีประเมินผลการเรียนรู้หลังการฝึกอบรมในแต่ละรายวิชา รวมถึงประเมินศักยภาพของผู้สืบทอดตำแหน่ง โดยการประเมินสมรรถนะ (Competency) ในด้านต่างๆ ดังนี้

สมรรถนะหลัก (Core Competency) ประกอบด้วย

  • ความเชี่ยวชาญในธุรกิจ/ในงานที่รับผิดชอบ (Specialist)
  • ทำงานเป็นทีม ฟันฝ่าทุกอุปสรรค (Teamwork)
  • ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ และรับผิดชอบต่อธุรกิจ (Accountability)

สมรรถนะประจำกลุ่มงาน (Functional Competency) ประกอบด้วย

  • ความรู้ด้านธุรกิจ (Business Knowledge)
  • กระบวนการและเทคนิคการผลิตในสายผลิตภัณฑ์ที่รับผิดชอบ (Production Technique and Process)
  • การบริหารต้นทุน (Cost Management)
  • การบริหารผลิตภาพ (Productivity Management)
  • การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหา (Decision Making / Problem Solving)
  • ความคิดอย่างเป็นระบบ (Systematic Thinking)

สมรรถนะเชิงเทคนิคหรือทางสายงาน (Technical/Professional Competency) ประกอบด้วย

  • การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management)
  • ความเป็นผู้นำ (Leadership)
  • การบริหารทีม (Team Management)
  • การบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Resource Management)
  • การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)
  • วิสัยทัศน์และการบริหารเชิงกลยุทธ์ (Vision & Strategic Management)
  • การบริหารความซับซ้อน (Complexity Management)

ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้สืบทอดตำแหน่งงานมีความพร้อมในการเข้ารับตำแหน่งงานที่สูงขึ้นทั้งความพร้อมทางด้านความรู้ (Knowledge) ทักษะความสามารถ (Skill) และทัศนคติ (Attitude)

การพัฒนาพนักงานและสร้างนวัตกรรมผ่านกิจกรรมพัฒนา

จากแนวทางการพัฒนาพนักงานของบริษัทฯ ผ่านการจัดกิจกรรมการพัฒนาและเวทีในการแสดงผลงานและความสำเร็จของพนักงาน บริษัทฯ ได้นำกิจกรรมข้อเสนอแนะ Kaizen, QCC และ OPL มาใช้ขับเคลื่อนการปรับปรุงกระบวนการทำงานของพนักงาน และส่งเสริมการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ โดยมีการจัดการประกวดผลงาน QCC และ Kaizen ประจำปีของพนักงานในชื่อ “โครงการ STA Champion 2025” ซึ่งในปีนี้มีพนักงานเข้าร่วมส่งเรื่องเข้าประกวด QCC และ Kaizen เป็นจำนวนมาก โดยมีผู้บริหารระดับสายงานและกรรมการบริษัทเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน

ผลการดำเนินกิจกรรมการพัฒนา (Activity Development)
กิจกรรม ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
จำนวนเรื่อง ลดต้นทุนได้ (ล้านบาท) จำนวนเรื่อง ลดต้นทุนได้ (ล้านบาท) จำนวนเรื่อง ลดต้นทุนได้ (ล้านบาท) จำนวนเรื่อง ลดต้นทุนได้ (ล้านบาท)
OPL 107 - 122 - 64 - 181 -
Kaizen 944 24.4 1,113 22 1,186 25 1,652 15
QCC 106 7.7 118 11.6 105 9.7 83 12.2
ตัวอย่างการปรับปรุงการทำงานจากกิจกรรมคุณภาพ

KAIZEN: เพิ่มตันผลิต CY
สาขา: บริษัท หน่ำฮั้วรับเบอร์ จำกัด (น้ำยางข้น)

ก่อนปรับปรุง

ลักษณะการทำงาน

หลังยางสกิมจับตัวเป็นก้อนแล้ว พนักงานจะปล่อยยางสกิม ออกมาจากบ่อ แล้วยกก้อนยางขึ้นเก๊ะ จากนั้นก็ยกด้วยรถโฟล์คลิฟต์ไปวางบริเวณจักรรีดยางสกิมเพื่อทำการรีดยางให้เป็นแผ่นแล้วม้วนเก็บในเก๊ะ

จุดที่เป็นปัญหา

ช่วงระหว่างการขนย้ายก้อนยาง ไปยังจักรรีดยางเกิดการสูญเสียจากการเคลื่อนย้ายยางรอการผลิต

หลังปรับปรุง

การปรับปรุง

เพิ่มไลน์สายพานจำนวน 3 สายพานลำเลียง ก้อนยางไปยังจักรรีดตัวที่ 1 เพื่อลดขั้นตอนที่พนักงานยกก้อนยางขึ้น – ลงแก๊ะและลดการใช้รถโฟล์คลิฟท์ในการขนย้ายก้อนยางไปยังจักรรีดตัวที่ 1

ลักษณะการทำงานแบบใหม่

หลังยางสกิมจับตัวเป็นก้อนแล้วพนักงานจะปล่อยยางสกิม ออกมาจากบ่อแล้วยกก้อนยางขึ้นสายพาน จากนั้นสายพานจะลำเลียงก้อนยางเข้าจักรรีดตัวที่ 1 และ ตัวที่ 2 ทำให้ยางเข้าจักรรีดอย่างต่อเนื่อง

ประโยชน์ที่ได้รับ

  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
    • ระบบสายพานลำเลียงช่วยให้กระบวนการทำงานลื่นไหลและต่อเนื่อง มากขึ้น
    • ลดปัญหาคอขวดในการป้อนวัตถุดิบเข้าสู่เครื่องจักร
  • ลดภาระของพนักงาน
    • ไม่ต้องใช้แรงงานยกถ้อยางขึ้น-ลง บ่อยครั้งอีกต่อไป
    • ลดอาการบาดเจ็บหรือความเสี่ยงจากการยกของหนัก
  • ลดการใช้รถโฟล์คลิฟต์
    • ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน
    • ลดความแออัดในพื้นที่ทำงาน และเพิ่มความปลอดภัย
  • สะท้อนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
    • เป็นตัวอย่างของการคิดปรับปรุงเพื่อความยั่งยืน แสดงถึงความใส่ใจต่อทั้ง “คนทำงาน” และ “ประสิทธิภาพของโรงงาน”