กรอบการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ มุ่งมั่นในการเคารพ สนับสนุน และให้เกียรติในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิมนุษยชน อันเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่บุคคลพึงมี รวมถึงตระหนักถึงผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนจากการดำเนินธุรกิจ ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่า พนักงาน ลูกจ้าง คู่ค้า ชุมชน ลูกค้า บริษัทฯ จึงได้มีการทบทวนนโยบายสิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติ รวมถึงนโยบายด้านสังคมและแรงงาน เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับหลักการและมาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชน โดยยึดหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) ประกอบด้วยหลักการคุ้มครองสิทธิ (Protect) การเคารพสิทธิ (Respect) และการเยียวยา (Remedy) หลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (Universal Declaration of Human Rights: UDHR) สิทธิเด็กและหลักปฏิบัติทางธุรกิจ (Children Rights and Business Principles: CRBP) และการปฏิบัติตามข้อตกลงโลกของ UN Global Compact รวมถึงคำมั่นในการป้องกันและเคารพสิทธิมนุษยชนในประเด็นต่างๆ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งรวมถึงการไม่ใช้ความรุนแรง ปราศจากการล่วงละเมิดทั้งทางร่างกายและจิตใจ การคุกคามทางเพศ โดยคำนึงถึงความหลากหลายทางสังคม นอกจากนี้ยังมีการเฝ้าระวังประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจจะเกิดขึ้น โดยมีการดำเนินการตรวจสอบสถานะสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ในกระบวนการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขเยียวยา เมื่อเกิดผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนมาเป็นแนวทางและกรอบการดําเนินงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจที่เคารพต่อสิทธิมนุษยชน โดยกำหนดแนวปฏิบัติสำหรับคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับยึดถือปฏิบัติ
การเคารพสิทธิเด็กและให้คำมั่นที่จะสนับสนุนสิทธิเด็ก
บริษัทฯ ประกาศเจตนารมณ์สนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับเด็ก ภายใต้หลักการสิทธิเด็กและหลักปฏิบัติทางธุรกิจ (Children’s Rights and Business Principles: CRBP) 10 ประการ ที่พัฒนาขึ้นโดยองค์การยูนิเซฟ ข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact) และองค์การช่วยเหลือเด็ก (Save the Children) โดยนำมาบูรณาการกับกลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัท ดังนี้
| กลยุทธ์ 4 Green | หลักการ CRBP | สิ่งที่ดำเนินการ |
|---|---|---|
| ผลิตภัณฑ์สีเขียว |
|
|
| กระบวนการผลิตสีเขียว |
|
|
| การสรรหาวัตถุดิบสีเขียว |
|
|
| บริษัทสีเขียว |
|
- STA STEM Education |
กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD)
บริษัทฯ ดำเนินการจัดทำกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน เพื่อให้ได้ทราบถึงสถานะของการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่า อันจะทำให้สามารถระบุ ป้องกัน บรรเทา และจัดการกับผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น หรืออาจเกิดขึ้นในการดำเนินงานของธุรกิจได้ อ้างอิงตามหลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) และแนวทางการตรวจสอบสถานะสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านสำหรับบริษัทจดทะเบียนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ก.ล.ต. เพื่อใช้เป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ซึ่งกำหนดการดำเนินการเป็นประจำทุกๆ 2 ปี โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. การกำหนดขอบเขตการตรวจสอบ
บริษัทฯ ได้กำหนดขอบเขตกระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านให้ชัดเจน ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง (Vulnerable Group) เช่น เด็ก ผู้พิการ สตรี ชนกลุ่มน้อย ผู้อพยพ แรงงานที่ว่าจ้างผ่านบุคคลที่สาม ชนพื้นเมือง ชุมชนท้องถิ่น เพศทางเลือก ผู้สูงอายุและสตรีตั้งครรภ์ เป็นต้น ในทุกๆ พื้นที่ปฏิบัติการที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจหรือมีสิทธิในการควบคุมจัดการ ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน โดยพิจารณาประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สิทธิแรงงาน สิทธิชุมชนและชนกลุ่มน้อย สิทธิในห่วงโซ่อุปทาน ความมั่นคงปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และสิทธิของลูกค้าและผู้บริโภค เป็นต้น
2. การระบุประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง
บริษัทฯ ได้ทบทวนประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ทั้งกิจกรรมทางตรงที่บริษัทฯ ดำเนินการเอง และทางอ้อมผ่านการดำเนินการของคู่ค้า ผู้รับเหมา หรือบริษัทร่วมค้า ซึ่งอาจก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงทบทวนแนวโน้มประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันในตลาดโลก แล้วนำมาจัดเป็นกลุ่มหัวข้อที่ใกล้เคียงกันเพื่อจัดทำและปรับปรุงรายการตรวจสอบสถานะสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Risk Assessment) และมอบหมายให้ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมระบุและประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน
ขอบเขตประเด็นการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ
| สิทธิแรงงาน | สิทธิชุมชนท้องถิ่นชุมชนพื้นเมือง | ห่วงโซ่อุปทาน | สิทธิความมั่นคงความปลอดภัย | สิทธิสิ่งแวดล้อม | สิทธิของลูกค้าและผู้บริโภค |
|---|---|---|---|---|---|
|
|
|
|
|
|
3. การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ นำประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่ระบุในรายการตรวจสอบสถานะสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน มาเป็นเครื่องมือในการประเมินความเสี่ยง โดยการใช้ Risk Matrix เป็นเครื่องมือประเมินความเสี่ยงซึ่งพิจารณาระดับความเสี่ยงของผลกระทบและเกณฑ์ระดับโอกาสที่จะเกิดขึ้น ของประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนในแต่ละประเด็น

| Residual Risk Rating (ระดับความเสี่ยงที่เหลืออยู่) | Existing Control Assessment (การประเมินคุณภาพของมาตรการควบคุมที่ใช้อยู่) | Control, Monitoring, and Mitigation Plan (การวางแผนปฏิบัติการควบคุม, ติดตามความเสี่ยง, และแผนจัดการความเสี่ยง) |
|---|---|---|
| สูงสุด |
|
|
| สูง |
|
|
| ปานกลาง |
|
|
| ต่ำ |
|
|
เกณฑ์ระดับความเสี่ยง
การพิจารณาระดับความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับความเสี่ยงต่ำ ปานกลาง สูง และสูงมาก
เกณฑ์การประเมินโอกาสเกิด (Likelihood)
การประเมินโอกาสเกิด เป็นเกณฑ์ที่ใช้ควบคู่กับการจัดระดับความเสี่ยง เพื่อให้ผู้ประเมินใช้ในการตัดสินใจประเมิน โดยเกณฑ์การประเมินโอกาสเกิด จะแบ่งเป็นระดับ ดังนี้ โอกาสเกิดต่ำ กลาง สูง และสูงสุด
ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องดำเนินการประเมินความเสี่ยงในรายการตรวจสอบสถานะสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ซึ่งครอบคลุมการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ คิดเป็นร้อยละ 100 ของพื้นที่ปฏิบัติการ
โดยผลจากการดำเนินการตรวจสอบสถานะสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ พบว่ามีประเด็นความเสี่ยง 1 ประเด็น ดังนี้
ความเสี่ยงด้านสิทธิสิ่งแวดล้อม
พบความเสี่ยงในหัวข้อการบริหารจัดการมลพิษจากการดำเนินงานที่อาจจะส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนโดยรอบโรงงาน ซึ่งจากผลการประเมินพบว่ามีความเสี่ยงในระดับปานกลาง
4. การกำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบและป้องกัน
บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการลดและควบคุมผลกระทบเชิงลบให้อยู่ในระดับต่ำหรืออยู่ในระดับที่สามารถยอมรับได้
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดเตรียมมาตรการป้องกันและมาตรการเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้
| ประเด็นความเสี่ยง | ลักษณะความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น | มาตรการป้องกันและลดผลกระทบ |
|---|---|---|
|
|
|
5. การติดตามและทบทวนผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ กำหนดตัวชี้วัดเพื่อติดตามและทบทวนมาตรการลดและควบคุมผลกระทบเชิงลบจากความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในทุกประเด็น ที่ได้ดำเนินการแล้ว เช่น จำนวนข้อร้องเรียนที่ได้รับและสถานการณ์แก้ไข เป็นต้น โดยมีการเสนอให้กับฝ่ายบริหารพิจารณาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนแต่ละประเด็นได้ถูกแก้ไขและป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้เนื่องจากประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนอาจมีการเปลี่ยนแปลงไป ตามการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมทางธุรกิจและผู้มีส่วนได้เสีย ดังนั้นบริษัทฯ จะดำเนินการทบทวนการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่การระบุและประเมินความความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ตลอดจนมาตรการบรรเทาและป้องกันผลกระทบจากความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงจัดให้มีช่องทางรับข้อร้องเรียนสำหรับพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียในกรณีที่มีเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัท เพื่อนำมาทบทวนปรับปรุงแก้ไข และสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพของกระบวนการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอยู่เสมอ
6. การแก้ไขและเยียวยา
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างเคารพต่อสิทธิมนุษยชน จึงได้กำหนดให้มีแนวทางการแก้ไขและมีมาตรการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นให้กับผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนจากการดำเนินงานของบริษัทฯ รวมถึงดำเนินการสรุปบทเรียนเพื่อจัดทำมาตรการป้องกันการเกิดซ้ำ โดยมีการพิจารณาตามลำดับขั้นตอนการดำเนินงานจากฝ่ายบริหารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเป็นไปตามพันธะสัญญาที่ให้ไว้
ผลการดำเนินงานที่สำคัญในปี 2568
| เป้าหมาย | ผลการดำเนินงาน ปี 2568 |
|---|---|
| จำนวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติ เป็น 0 | 0 ราย |
การสื่อสารความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนทั่วทั้งองค์กร
กลุ่มบริษัทศรีตรัง มุ่งมั่นบูรณาการแนวทาง ESG ในการดำเนินธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนครอบคลุมทุกกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า เกษตรกร และชุมชน ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้จัดอบรมออนไลน์หลักสูตร “Human Rights in Business” เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน พร้อมบรรจุหลักสูตร “สิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติ” ในระบบ E Self Learning สำหรับพนักงานทุกระดับ นอกจากนี้ STA ยังได้รับเชิญเป็นวิทยากรในเวทีสัมมนา “Integrating Human Rights into Business” ของสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ESG Network เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางและบทเรียนตามหลัก UN Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGPs) ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนในภาคธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่อง
การเจรจาต่อรอง
บริษัทฯ เปิดโอกาสให้มีการสื่อสารระหว่างตัวแทนฝ่ายบริหารและตัวแทนพนักงานผ่านคณะกรรมการสวัสดิการ ซึ่งเป็นตัวแทนพนักงานที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อเจรจาสิทธิประโยชน์ร่วมกัน ภายใต้กรอบของกฎหมายแรงงานในประเทศ ทั้งนี้มีการประชุมอย่างสม่ำเสมอระหว่างผู้บริหารและคณะกรรมการสวัสดิการ โดยพนักงานทั้งหมดร้อยละ 100 อยู่ภายใต้ข้อตกลงการเจรจาต่อรองร่วมกัน อีกทั้งบริษัทฯ ยังจัดให้มีช่องทางรับข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะผ่านจดหมายและอีเมลถึงเลขานุการบริษัท เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่น บริษัทฯ ไม่มีข้อพิพาทแรงงานที่สำคัญ ไม่มีข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน ไม่มีการละเมิดกฎหมายหรือข้อบังคับด้านสังคมอย่างมีนัยสำคัญ และไม่มีกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าสร้างผลกระทบด้านลบต่อประเด็นสังคมในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
กลไกการรับเรื่องร้องเรียน
บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายการรับเรื่องร้องเรียนและแนวปฏิบัติของกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่ครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม เพื่อให้สามารถแจ้งเหตุที่ไม่เหมาะสมหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้อย่างปลอดภัยและโปร่งใส สอดคล้องกับหลักการของ UN Guiding Principles on Business and Human Rights (UNGPs) ซึ่งให้ความสำคัญในเรื่องของ การคุ้มครอง การเคารพและการเยียวยา โดยเปิดโอกาสให้ร้องเรียนผ่านหลายช่องทาง ได้แก่ จดหมายทางไปรษณีย์ อีเมลถึงเลขานุการบริษัท ตู้รับข้อร้องเรียน และ QR Code รวมถึงการติดต่อโดยตรงกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ กลไกนี้ออกแบบให้รักษาความลับของผู้ร้องเรียน ป้องกันการตอบโต้ และมีขั้นตอนสอบสวนที่เป็นธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทศรีตรังเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริง
ช่องทางการรับข้อร้องเรียนและแจ้งเบาะแส ดังนี้
ช่องทางแจ้งเรื่องร้องเรียนและการแจ้งเบาะแส ผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนหรือเบาะแสต่อคณะกรรมการบริษัทโดยผ่านเลขานุการบริษัท หรือคณะกรรมการตรวจสอบโดยผ่านเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ ผ่านช่องทางที่เหมาะสมตามสถานการณ์ ดังนี้
1. ทางไปรษณีย์ หรือยื่นโดยตรงที่
ติดต่อ: เลขานุการบริษัท
ที่อยู่: บมจ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี อาคารปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ห้องเลขที่ 1701, 1707-1712 ชั้น 17 เลขที่ 57 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
2. ทางโทรศัพท์ หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail)
ติดต่อ: เลขานุการบริษัท หมายเลข: +66 2207 4590
E-Mail: corporatesecretary@sritranggroup.com
3. กล่องรับเรื่องร้องเรียน ณ โรงงานและสำนักงานสาขาของกลุ่มบริษัท รวมทั้งหน่วยงานพนักงานสัมพันธ์
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR Employee Relation) หรือผู้ร้องเรียนสามารถแจ้งเรื่องผ่านช่องทางที่เหมาะสมได้ทั้งช่องทางออนไลน์ (QR Code) และเอกสาร
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เนื่องด้วย กลุ่มบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
บริษัทฯ ได้จัดตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมาย โดยได้กำหนดนโยบายธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance Standard Policy and Procedure) เพื่อเป็นแนวปฏิบัติการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล การกำกับดูแลความเสี่ยง ป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล รวมถึงการฝึกอบรมและสร้างความตระหนักรู้แก่พนักงาน พร้อมทั้งทบทวนและปรับปรุงมาตรการคุ้มครองข้อมูลอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับกฎหมายและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง
ในด้านการดำเนินงาน คณะทำงาน เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) และผู้จัดการหรือผู้แทนแต่ละหน่วยงาน จะทำงานร่วมกันเพื่อจัดทำ บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล ซึ่งระบุ กระบวนการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (Record of Processing Activities: ROPA), รายงานช่องว่างทางกฎหมาย (Gap Assessment), รวมถึงการทบทวนและปรับปรุงเอกสารและสัญญาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้เริ่มใช้งานโปรแกรม OneTrust เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งครอบคลุมถึงการจัดทำและบริหาร ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์และระบบต่างๆ ของบริษัท, ระบบการขอความยินยอม (Consent Form) และการใช้สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูล (Data Subject Request: DSAR), บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล (ROPA) พร้อมการวิเคราะห์การไหลเวียนของข้อมูล (Data Flow Diagram), และระบบจัดการกรณีละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Incident Management) โดย งานทั้งหมดจะดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลของคณะทำงานและเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562
ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่มีข้อพิพาทด้านแรงงานที่สำคัญ ไม่มีข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน ไม่มีประเด็นละเมิดกฎหมายหรือข้อบังคับด้านสังคมอย่างมีนัยสำคัญ